กรมศิลปากรลงพื้นที่ตรวจสอบการบูรณะวัดโบราณสมัยรัชกาลที่ 6

        จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้ Facebook คนหนึ่งได้มีการถ่ายรูปโบสถ์ซึ่งมีการทาสีแดงเนื่องจากมีการบูรณะซ่อมแซมใหม่โดยใน Facebook ยังมีการระบุว่าบทดังกล่าวนั้นมีอายุมากกว่า 100 ปีมาแล้วซึ่งถือว่าเป็นมรดกมาตั้งแต่สมัยโบราณได้ถูกทางวัดนั้นซ่อมแซมจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมทำให้หลายคนนั้นเสียดายศิลปวัฒนธรรมในสมัยโบราณ

ซึ่งวัดดังกล่าวนั้นชื่อว่าวัดหมื่นล้านเมื่อเรื่องราวนี้มีการแชร์กันไปอย่างกว้างขวางทำให้ทางด้านกรมศิลปากรได้เข้ามาดูพื้นที่ดังกล่าวจึงเห็นได้ว่าบทดังกล่าวนั้นถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ในสมัยของรัชกาลที่ 6 ซึ่งวัดหมื่นล้านนั้นเป็นวัดที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่หาคนจังหวัดเชียงใหม่จะรู้ดีว่าวัดแห่งนี้อยู่ตรงบริเวณประตูท่าแพชั้นในส่วนเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ไปดูโบสถ์ที่มีการพูดถึงกันมาก

โดยระบุว่าบทดังกล่าวนั้นมีอายุมากกว่า 200 ปีและจากการตรวจสอบดูพบว่ามีการทาสีใหม่ของโบสถ์ทั้งหมดทำให้โบราณวัตถุเดิมได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้ให้เจ้าหน้าที่ลงมาทำการซ่อมแซมว่าจะสามารถลบสีที่ทาออกไปให้กลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่ซึ่งล่าสุดนั้นไม่มีการพูดถึงเรื่องดังกล่าวกันว่าในงานที่ลงมาทำการลบสีที่บานประตูของโบสถ์ที่วัดหมื่นล้านได้ใช้น้ำยากัดสีลงไปที่ประตูทำให้ภาพวาดที่ติดอยู่ที่ประตูซึ่งเป็นภาพวาดตั้งแต่สมัย 200 ปี

ได้รับความเสียหายไปด้วย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรได้เห็นว่าลวดลายที่ติดอยู่ตรงบานประตูนั้นได้รับความเสียหายภาพลดน้ำเดินนั้นกำลังจะเลือนหายไปซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องพยายามหาวิธีการที่จะทำการลบสีออกให้ได้โดยไม่ให้ภาพวาดเดิมนั้นได้รับความเสียหายซึ่งตอนนี้ได้มีการทดลองหลายน้ำยาด้วยกัน

แต่ก็ยังไม่มีน้ำยาตัวไหนที่จะสามารถทำได้ แต่เบื้องต้นนั้นทางด้านกรมศิลปากรได้มีการออกมาระบุใน Facebook ของกรมศิลปากรเองว่าในขณะนี้ขั้นตอนการบูรณะซ่อมแซมบานประตูที่โบสถ์ของวัดดังกล่าวนั้นได้มีการทำตามขั้นตอนแล้วนั่นก็คือพวกเขาจะต้องมีการปรับผิวของบานประตู

ซึ่งบางพื้นผิวนั้นการทาสีไม่ได้เรียบเสมอกันก็จะมีการปรับผิวให้มีความเรียบเสมอกันและให้บางที่สุดหลังจากนั้นจะต้องมีการนำสีดำมาทาทับเพื่อที่จะได้ทำการให้เจ้าหน้าที่ได้ลอกลายใหม่อีกรอบนึงโดยพยายามลอกให้เหมือนกับลายเดิมที่ถูกทำลายไปแต่อย่างไรก็ตามขั้นตอนการทำนั้นต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควรและต้องใช้ความละเอียดอ่อนจึงจะสามารถแก้ไขให้แล้วเสร็จได้

 

สนับสนุนโดย  gclub ทดลองเล่นฟรี

ชายชราบาดเจ็บสาหัสเพราะไม่ให้เงิน

ชายชราวัย 80 ปีบาดเจ็บสาหัสเพราะไม่ให้เงิน 200 บาท

ชายชราบาดเจ็บสาหัสเพราะไม่ให้เงิน ที่จังหวัดชัยนาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีตาชราถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส โดยคนบาดเจ็บชื่อคุณตาโพธิ์  ซึ่งคุณตามีอายุ 80 ปี ถูกลูกชายแท้ๆใช้มีดฟัดหลายแผล ซึ่งลูกชายอายุ 41 ปี ดูภรรยาของตาโพชื่อว่านางถนอมเป็นผู้เล่าเหตุการณ์ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า คนที่ใช้มีดทำร้ายตาโพก็คือลูกชายของทั้งคู่โดยลูกชายมีอาการทางประสาทเนื่องจากว่ามีการดมกาวอย่างหนักมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นสมัยตั้งแต่อายุ 18 ปี

และปัจจุบันก็ยังมีการดมอยู่เคยพาลูกชายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลประสาทแล้วคุณหมอให้ยากลับมากินที่บ้านแต่ก็ยังมีอาการคุ้มคลั่งอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะถ้าหากวันไหนที่ลูกชายมาขอเงินแล้วพ่อกับแม่ไม่ให้ก็มักจะมีอาการคุณข้างและขู่จะฆ่าพ่อกับแม่รวมถึงขู่จะเผาบ้านซึ่งพ่อกับแม่และยายคนอื่นก็อยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยอาการหวาดผวาเกรงว่าลูกชายที่ชื่อว่านายวิชัยจะก่อเหตุตามที่เคยทวงค่าจริงๆ

ซึ่งเหตุการณ์ในวันนี้เกิดขึ้นเนื่องมาจากเมื่อคืนที่ผ่านมานายวิชัยได้เดินทางมาหาแม่ที่บ้านและมาขอเงินจำนวนเงิน 200 บาทแต่ผู้เป็นแม่ไม่ให้ทำให้นายวิชัยโมโหลุงเช้านายวิชัยเดินถือมีดมาตามหาผู้เป็นแม่ก็คือนางถนอมแต่หาไม่เจอเมื่อเดินไปใต้ถุนบ้านพบกับตาโพธิ์ซึ่งเป็นพ่อกำลังนอนหลับอยู่บนเปลนายวิชัยจึงได้ใช้มีดกระหน่ำแทงไปที่ตาโพจนได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งระหว่างที่นายวิชัยแทงในโพธิ์นั้นคนในบ้านก็พยายามเข้าไปห้าม

และสามารถจับตัวเอาไว้ได้จึงได้มีการประสานงานให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมตัวนายวิชัยไปดำเนินคดีเพราะคนที่บ้านต่างก็กลัวว่านายวิชัยจะก่อเหตุฆ่าคนภายในบ้านเสียชีวิตซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุก็ยังพบนายวิชัยเดินไปเดินมาแถวบริเวณบ้านพักจึงได้เข้าทำการจับกุมสุรา

และไปทำการส่งตรวจสอบกับทางโรงพยาบาลประสาทว่านายวิชัยมีอาการทางประสาทจริงหรือไม่หากไม่มีอาการทางประสาทจะได้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปและถ้าหากมีอาการคุ้มคลั่งจะเกิดจากอาการทางประสาทจริงก็จะได้ส่งโรงพยาบาลจิตเวชเพื่อรักษาต่อไป

       สำหรับตาโพธิ์ที่ได้รับบาดเจ็บนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วโดยนางถนอมยืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับลูกชายให้ถึงที่สุดและไม่ต้องให้ลูกชายออกมาจากห้องขัง โดยคุณยายถนอมบอกว่าหากคนที่เป็นลูกสามารถทำลายพ่อแม่ได้ถึงขนาดนี้ก็ถือว่าเลวมากทั้งยายถนอมยังได้มีการสาปแช่งลูกชายมากมาย

เนื่องจากยายถนอม รู้สึกโกรธที่ลูกชายทั้งทำร้ายและด่าทอพ่อแม่อีกทั้งยังกลัวว่าลูกชายออกจากคุกแล้วจะมาทำร้ายตนเองดังนั้นจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับคางคกได้รับโทษอย่างสาสมไปเลย 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub ทดลองเล่นฟรี