ล่าตัวผู้ต้องหา คดีลักทรัพย์กระโดดรถหลบหนีขนาดเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวส่งศาล

            เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. เมืองเลยเร่งล่าตัวผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์  ที่กระโดดลงจากรถเพื่อทำการหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่อยู่ระหว่างการพาไปฝากขังที่ศาล โดยผู้ต้องหาอาศัยขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเผลอเปิดหน้าต่างและกระโดดออกนอกรถซึ่งได้วิ่งหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปภายในวัดแห่งหนึ่ง  และในตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งระดมกำลังตำรวจทั้งหมดตามล่าผู้ต้องหาคนดังกล่าวอยู่ 

         สำหรับเหตุการณ์คนร้ายหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะพาตัวไปฝากขังที่ศาลนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 เดือนเมษายน  ปีพ.ศ 2564 โดยเวลาที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงเวลาประมาณ 11:30 น.  ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเลยโดยเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการพาตัวคนร้ายไปฝากขังที่ศาลนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอยู่ที่สภ. เมืองเลย  

          ซึ่งเขาได้พาตัวผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์  ซึ่งจับกุมได้เพื่อไปทำการส่งสารแต่เมื่อขับรถมาถึงตรงบริเวณด่านปากภู  รถของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีการชะลอเพื่อให้ศาลทำการตรวจค้นปรากฏว่าระหว่างที่มีการชะลอรถนั้นคนร้ายได้เปิดหน้าต่างรถและกระโดดออกจากหน้าต่างรถหลบหนีไปทันทีโดยวิ่งเข้าไปภายในบริเวณวัดที่อยู่ใกล้ตรงจุดเกิดเหตุ  ซึ่งคนร้ายนั้นชื่อว่านายเสกสรรเป็นคนภูมิลำเนาจังหวัดหนองบัวลำภู  อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.เมืองเลยต่างก็ระดมกำลังการตามหาคนร้าย

        เนื่องจากว่าคนร้ายน่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ยังไม่หนีไปไหนไกลและได้มีการประสานงานไปยังผู้นำชุมชนและชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ใกล้กับจุดเกิดเหตุซึ่งถ้าหากใครพบเห็นผู้ชายน่าแปลกหรือเป็นคนแปลกปลอมที่ไม่ใช่คนในหมู่บ้านให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีโดยมีการแจ้งรูปประพันสันฐานของผู้ต้องหาให้กับทางด้านผู้นำชุมชนเอาไว้แล้วด้วย  ซึ่งคนร้ายนั้นจะมีลักษณะเด่นตรงที่บริเวณแขนทั้งสองข้างนั้นจะมีรอยสัก 

      สำหรับการล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีในครั้งนี้เชื่อว่าอีกไม่นานน่าจะจับตัวคนร้ายที่หลบหนีได้เพราะ  ถ้าหากชาวบ้านให้ความร่วมมือก็น่าจะสามารถหาคนร้ายเจอเนื่องจากว่าต่างจังหวัดนั้นชุมชนแต่ละชุมชนจะเป็นชุมชนขนาดเล็กซึ่งคนในชุมชนนั้นจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วดังนั้นเมื่อมีคนแปลกหน้าเข้ามาในชุมชนทุกคนย่อมรู้และสามารถนำบ่ใส่นี้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบได้ 

       อย่างไรก็ตามสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นถือว่าเป็นการที่ไม่รัดกุมและรอบคอบในการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ   ซึ่งทางหัวหน้างานควรจะต้องมีการตรวจสอบและควรจะมีการลงโทษตามกฎระเบียบวินัยของตำรวจเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าที่อายุน้อยที่สุดในโลกเสียชีวิตแล้วด้วยอายุเพียงแค่ 20 วันเท่านั้น

          ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า มีรายงานข่าวจากประเทศอินเดียเข้ามาว่ามีการตรวจพบผู้ป่วยที่อายุน้อยที่สุดในประเทศอินเดียนั้นก็คืออายุเพียงแค่ 20 วันเท่านั้นโดยเป็นทารกที่พึ่งเกิดซึ่งถ้าหากมีงานตรวจสอบอายุการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าของทั่วโลกแล้วเด็กทารกคนนี้ก็เป็นเด็กทารกที่อายุน้อยที่สุดในโลกที่ติดเชื้อไวรัสมรณะเช่นกันโดยข่าวจากประเทศอินเดียแจ้งว่าถ้ารบกวนนี้ไม่ทราบที่มาของเชื้อโรคว่าติดเชื้อมาจากที่ไหน

เนื่องจากว่าเปิดสอบประวัติของพ่อและแม่ของเด็กทารกคนนี้แล้วรวมถึงญาติพี่น้องและคนในครอบครัวของเด็กทารกคนนี้ทุกคนต่างก็ไม่มีใครที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเลยแต่กลับพบว่าทารกเพศหญิงวัยเพียง 20 วันคนนี้กับมีเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งอาการของเธอยิ่งรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีอาการท้องเสียและมีอาการอาเจียนออกมาด้วยเพียงไม่กี่วันที่เธอแสดงอาการเหล่านี้จะออกมาเธอก็เสียชีวิตทันทีหลังจากที่มีการตรวจพบว่าทารกวันนี้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

ทุกคนในครอบครัวของเธอว่าจะถูกสักตัวเพื่อทำการตรวจสอบหาเชื้อโรคต่อไปเพราะเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดเด็กทารกมากที่สุดซึ่งจำนวนคนในครอบครัวที่ตอนนี้กำลังอินเดียได้มีการนำมากักตัวนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 10 คนสำหรับทารกเพศหญิงที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาในครั้งนี้เกิดที่เมืองไทยปูระรัฐราชสถาน   

       ว่ากันว่าสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรน่าของประเทศอินเดียนั้นค่อนข้างรุนแรงเป็นอย่างมากเนื่องจากคนประเทศอินเดียนั้นค่อนข้างยากจนและไม่มีหน้ากากอนามัยในการสวมใส่อีกครั้งยังไม่ค่อยเชื่อฟังรัฐบาลในการดูแลตนเองซึ่งยังเคยมีข่าวที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องออกมาใส่หมวกกันน็อคที่ถูกออกแบบมาให้เหมือนกับตัวเชื้อโรคไวรัสโคโรน่าและเที่ยวเดินไปหลอกผู้คนบนท้องถนนว่าให้ใส่หน้ากากอนามัยจึงเป็นที่มาของเด็กๆที่หวาดกลัวเจ้าตัวเชื้อโรคดังกล่าวจึงยอมที่จะสวมใส่หน้ากากอนามัยกันแต่อย่างไรก็ดีจำนวนคนของประเทศอินเดียค่อนข้างมีจำนวนมากผู้คนส่วนใหญ่

มักจะอยู่รวมกันหนาแน่นจึงทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรน่าเป็นไปได้ง่ายแล้วอีกอย่างหนึ่งเรื่องของการรักษาความสะอาดของคนประเทศอินเดียนั้นยังไม่ค่อยมีการดูแลตัวเองอย่างดีมากนักดังนั้นเชื้อโรคจึงอยู่ในทุกๆที่ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก แล้วถ้าหากพบว่าครอบครัวของเด็กทารกที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าทั้ง 10 คนนั้นติดเชื้อโรคจากเด็กทารกและยังไปเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นอีกก็จะทำให้การขยายของเชื้อโรคนั้นแพร่ไปได้อีกหลายร้อยคนเลยทีเดียว

 

 

สนับสนุนโดย   สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ