น้องการ์ตูนพยาบาลปลอม

ออกมาแฉน้องการ์ตูนพยาบาลปลอม

น้องการ์ตูนพยาบาลปลอม เมื่อได้มีพยาบาลตัวจริงนั้นได้ออกมาแฉที่ว่ามีน้องคนหนึ่งที่ชื่อว่าน้องการ์ตูนนั้นได้ออกมาประมาณว่าเธอนั้นเป็นพยาบาลสาว  แต่ว่าที่จริงนั้นเธอไม่ได้เป็นพยาบาลหรือว่าทำงานเกี่ยวกับโรงพยาบาลนั้นเลย  เพราะว่าเธอนั้นได้เอาชุดมาจากที่ไหนนั้นเราก็ไม่ทราบเพราะว่าเรานั้นได้เปิดเจอที่แอปติ๊กต่อก 

ที่เรานั้นออกมาแฉเพราะว่าเธอนั้นได้เอาวิชาชีพพยาบาลนั้นออกมาทำความเสื่อมเสียแก้พยาบาลเพียงเท่านั้นเพราะว่าส่วนตัวนั้นก็เคยได้ทักไปหาเธอแล้วกับโดนเธอนั้นกล่าวว่ากลับมาด้วยคำว่าอย่าเสือก  เพราะว่าเธอนั้นได้เอาชุดพยาบาลนั้นได้ออกไปหากินโดยเป็นการที่เธอนั้นหลอกเอาเงิน  หรือว่าเพื่อที่จะจับผู้ชายในชุกราชการที่เธอต้องการหรือไม่นั้นเราก็ไม่รู้เพราะว่าเรื่องนี้ต้องรอให้น้องการ์ตูนนั้นออกมาเคลียร์  

           ส่วนตัวเราที่เป็นพยาบาลนั้นออกมาเพื่อที่จะปกป้องการเป็นพยาบาลและเคยเตือนน้องหลายครั้งแล้วแต่ว่าน้องนั้นก็ยังไม่เลิก  จนมีผู้เสียหายเข้ามาเม้นว่าเธอนั้นเป็นคนที่หลอกลวงเพราะว่าน้อยชายของคนที่เสียหายนั้นได้คบกับเธอแล้วเธอนั้นก็หลอกลวง โดยการที่ที่ให้ซื้อของ  ว่าจะเป็นอะไร จนถึงขั้นซื้อรถให้ จนทำให้ตอนนี้น้องชายผู้ที่เสียหายนั้นได้กลับมาบ้านเพราะว่าหมดตัว  ซมซานกับมาเพราะว่าไม่มีเงินให้เธอแล้ว  

    ทางทีมงานที่ได้ถามพี่พยาบาลคนนี้ว่ารู้ไหมว่าน้องการ์ตูนนั้นเป็นคนที่หลอกลวงเธอนั้นได้ตอบออกไปรู้เพราะว่าการที่เป็นพยาบาลนั้นเราก็ต้องรู้และเคยเตือนแต่ว่าเธอนั้นไม่ฟัง  จากนั้นน้องการ์ตูนก็ได้ทำการบล็อกเฟสของเราไปจนเราหาน้องไม่เจอ  จนในที่สุดนั้นมีน้องที่ที่รู้จักได้เอาเฟสของน้องมาให้เรานั้นดูและเรานั้นก็ได้พูดคุยกันว่าน้องไม่ใช่พยาบาลแต่ว่าน้องเราชุดพยาบาลมาหลอกคน  

     ส่วนที่ว่าเรานั้นรู้ได้ไงว่าน้องการ์ตูนนั้นมาหลอกลวงคนที่เป็นตำรวจ ทหาร ก็เพราะว่าเราเข้าอ่านเม้นน้องและเราก็เข้าไปทักในอินบล๊อกของคนที่เสียหายและเขานั้นก็ได้ออกมาเล่าให้เราฟังว่าน้องเป็นคนยังไง แต่ว่าเรื่องที่น้องไปหลอกคนหลายคนเราคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรที่จะทำวันนี้เราก็เลยเข้าแจ้งความ เพื่อที่จะปกป้องสถาบันของเราเอง 

โดยเรานั้นได้มีทนายความเพื่อที่จะเอาผิดน้อง  เพราะว่าน้องนั้นอ้างว่าทำงานอยู่ที่ที่โรงพยาบาลนี้แต่ว่าเรานั้นได้เข้าไปตรวจสอบแล้วกลับไม่มี  และน้องได้บอกว่าน้องการ์ตูนนั้นจบที่ที่นี่เรานั้นก็ได้เข้าเช็คแล้วว่าน้องไม่ได้จบที่นี่จริง  แต่ไม่ว่าอย่างไรนั้นเราต้องเจอกันในเพราะว่าเราได้เข้าแจ้งความเอาไว้แล้ว  

 

สนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่า ufabet

มาตรการคุมเข้มของประเทศมาเลเซีย

มาตรการคุมเข้มของประเทศมาเลเซีย

มาตรการคุมเข้มของประเทศมาเลเซีย ทำพ่อบ้านต้องออกมาจับจ่ายซื้อของแถมภรรยา

          เนื่องจากตอนนี้หลายประเทศเกิดสภาวะที่เชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ดังนั้นผู้นำของแต่ละประเทศจึงต้องมีมาตรการออกมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนของตนเองไม่ให้มีการติดเชื้อไวรัส โควิด-19 กันมากนักและส่วนใหญ่ที่ออกมาตรการกันออกมาก็มักจะเป็นการควบคุมการลดจำนวนประชากรตามสถานที่ต่างๆเพื่อเป็นการป้องกันการไปรวมตัวกันในปริมาณแน่นจะส่งผลให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19เพิ่มขึ้นได้ดังนั้นทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยเองก็ตามจึงได้มีการออกกฎปิดสถานบริการต่างๆ

  ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าร้านอาหารต่างก็ถูกปิดกิจการการทั้งสิ้นซึ่งส่วนใหญ่จะให้เปิดบริการเฉพาะ Super market หรือตลาดเพื่อให้ประชาชนยังสามารถออกไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้สำหรับเรื่องเล่าที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้เป็นข้อมูลของประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้านของเรานี่เองสำหรับประเทศมาเลเซียอย่างนั้นก็มีมาตรการเช่นเดียวกับประเทศไทย

ก็คือการหลอกดาวน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  อันนั้นทางรัฐบาลของประเทศมาเลเซียจึงได้มีการออกมาตรการแบบเข้มงวดให้กับประชาชนได้ปฏิบัติตามโดยสำหรับประเทศไทยนั้นการออกมาซื้อสินค้าและบริการยังไม่ได้มีการจำกัดอะไรมากนักผู้คนยังสามารถมาซื้อได้เพียงแต่จะมีการรณรงค์ให้ซื้อผ่านทางเว็บไซต์และให้มีบริการจัดส่งไปให้ที่บ้านแทนเพื่อป้องกันผู้คนหนาแน่นเวลาไปซื้อของกับประเทศเพื่อน

บ้านของเราอย่างมาเลเซียนั้นในการออกมาเกี่ยวกับเรื่องของการจำกัดการใช้รถใช้ถนนด้วยการปิดสถานบันเทิงสถานบริการต่างๆด้วยและที่สำคัญการเปิดให้ประชาชนออกไปซื้อสินค้าอย่างเช่นอาหารหรือข้าวของเครื่องใช้นั้นมีการออกกฎหมายอย่างชัดเจนว่าจะต้องเป็นเจ้าบ้านเท่านั้น

ที่จะสามารถไปซื้อสินค้าได้โดยจะต้องมีการแสดงเอกสารเช่นบัตรประชาชนหรือแม้แต่ทะเบียนบ้านว่าบุคคลคนนี้คือเจ้าของบ้านถึงจะสามารถออกไปซื้อของได้ดังนั้นสถานการณ์ของพ่อบ้านของประเทศมาเลเซียจึงค่อนข้างมีปัญหานิดนึงเนื่องจากว่าเจ้าบ้านส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ชายซึ่งโดยปกติแล้วผู้ชายมัดจำในช้อปปิ้งเข้าของในบ้านเพราะการดูแลข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านนั้นเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของฝ่ายหญิง

แต่เนื่องจากกฎหมายมีออกมาเช่นนี้ประชาชนจำเป็นต้องหันมารับผิดชอบการซื้อของเข้าบ้านแทนซึ่งจะทำให้เห็นว่าหลายคนเข้าไปเลือกซื้อของแบบงงๆนะไม่รู้ว่าคุณจะเลือกซื้อยี่ห้อไหนหรือปริมาณมากน้อยแค่ไหนอย่างไรดีเพราะส่วนใหญ่แล้วผู้ชายมักจะไม่ได้ออกมาซื้อสินค้า

สำหรับใช้ภายในบ้านพร้อมกับภรรยาดังนั้นพอต้องมาซื้อของคนเดียวจึงอาจจะทำให้ซื้อของไม่ถูกซึ่งเหตุการณ์ที่พ่อบ้านยืนงงว่าจะเลือกซื้อของอะไรในซุปเปอร์มาเก็ตนั้นได้มีคนแอบถ่ายออกมาลงสื่อโซเชียลสร้างความตลกขบขันให้กับบรรดาคุณแม่บ้านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่งอย่างน้อยท่ามกลางวิกฤตของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสก็ทำให้เราสามารถฝึกผู้ชายให้รู้จักการเป็นพ่อบ้านได้เช่นเดียวกัน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclubฟรี500

กระบะเกี่ยวศพมาถึงปั๊ม

กระบะเกี่ยวศพมาถึงปั๊ม

กระบะเกี่ยวศพมาถึงปั๊ม ที่อำเภอสีคิ้วจังหวัดนครราชสีมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนพบศพอยู่ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเมื่อเดินทางไปถึงก็พบว่าศพดังกล่าวมีสภาพที่ค่อนข้างแรงเหลวศีรษะหายแขนขาหักและไม่มีเสื้อผ้าในการสวมใส่ในบริเวณปั๊มมีร่องรอยของเลือดเป็นทางยาวเป็นลักษณะของล้อลากมาซึ่งจากการสอบถามผู้คนในบริเวณปั๊มน้ำมันพบว่าก่อนเกิดเหตุพบว่ามีรถกระบะคันนึงขับมาจอดที่ปั๊มน้ำมันเจ้าของรถกระบะได้ลงจากรถ

เพื่อไปเข้าห้องน้ำหลังจากนั้นก็เห็นว่าเจ้าของรถกระบะพยายามก้มมองที่หน้ารถใต้ท้องรถอยู่สักพักใหญ่หลังจากนั้นก็เดินขึ้นรถแล้วขับออกไปแล้วเมื่อทันทีที่กระบะมีการขับออกไปก็พบว่ามีศพกองอยู่รวมถึงมีร่องรอยการรากเนื่องจากเป็นรอยล้อรถที่เป็นรอยเลือดตั้งแต่ทางเข้าปั๊มน้ำมันมาจนเห็นหน้าห้องน้ำและเมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบริเวณปั๊มน้ำมันก็พบว่ารถกระบะคัน

ดังกล่าวขับเข้ามาพร้อมกับมีรอยเลือดตลอดทางและเมื่อเจ้าของรถกระบะเดินไปเข้าห้องน้ำออกมาแล้วก็มีลักษณะเหมือนกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่ามีอะไรติดรถมาด้วยหลังจากนั้นก็ขึ้นรถแล้วขับออกไปทันทีซึ่งชาวบ้านต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทุกคนพยายามตะโกนเรียกรถกระบะคันดังกล่าวแล้วแต่ก็ไม่ยอมจอดรถ

โดยทุกคนเองก็ไม่ทราบว่าศพดังกล่าวติดมากับรถกระบะตั้งแต่เมื่อไหร่ละเมิดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปยังตรวจสอบเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในค่ำคืนดังกล่าวมีที่ไหนบ้างพบว่ามีการแจ้งความเอาไว้ว่าช่วงเวลาประมาณ 02:00 น. กลัวๆมีคนเห็นว่ามีรถเก๋งคันนึงขับรถชนคนแล้วไม่ยอมลงมาดูซึ่งคนที่ถูกรถชนเสียชีวิตอยู่กลางถนนแต่เมื่อมองไปอีกครั้งหนึ่งก็ไม่พบศพแล้วเหลือเพียงเสื้อผ้าและรองเท้าทิ้งไว้กลางถนนเท่านั้นดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการสันนิษฐานว่าศพดังกล่าวน่าจะเป็นชายคนที่โดนรถเก๋งชนช่วงเวลา 02:00 นนั่นเอง

แต่อาจจะถูกรถกระบะที่ขับตามมาด้วย วันสำคัญอีกครั้งหนึ่งแล้วศพก็ติดใต้ท้องรถของรถกระบะจอดที่ปั๊มน้ำมันรถจึงได้หลุดร่วงจากใต้ท้องรถซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามหาเจ้าของรถเก๋งที่ขับรถชนคนรวมถึงเจ้าของรถกระบะที่ขับรถแล้วศพติดอยู่ใต้ท้องรถเพื่อมาดำเนินการตามกฎหมายแดดต้องมีการสอบสวนเจ้าของรถกระบะด้วยว่าระหว่างที่มีการขับรถมาไม่ทราบหรืออย่างไร

ว่ามีศพติดอยู่ใต้ท้องรถเพราะโดยปกติแล้วหากมีอะไรผิดปกติใต้ท้องรถคนขับย่อมจะรับรู้อยู่แล้วและยิ่งในกล้องวงจรปิดคนขับได้มีการมองไปที่ใต้ท้องรถรวมถึงมองไปที่หน้ารถแสดงว่าคนขับต้องรู้อยู่แล้วว่ามีอะไรร่วงอยู่ใต้ท้องรถดังนั้นกรณีที่คนขับรถกระบะขับรถหนีออกไปโดยที่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีศพติดมาระหว่างขับรถนั้นถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมายเช่นเดียวกัน

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   UFABET168

แนะนำให้คุมเข้ม ปชช.

นายแพทย์ออกรายการโหนกระแสแนะนำให้คุมเข้ม ปชช.

นายแพทย์ออกรายการโหนกระแสแนะนำให้คุมเข้ม ปชช. ไม่งั้นไม่สามารถควบคุมไวรัสโคโรน่าได้แน่ๆ 

   แนะนำให้คุมเข้ม ปชช. จากเหตุการณ์ที่มีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในขณะนี้พบว่าตั้งแต่เริ่มแรกเลยประเทศไทยเองมีการติดเชื้อระบาดน้อยมากและสามารถควบคุมโรคได้ไม่ให้มีการแพร่กระจายไปแต่หลังจากที่มีเซียนมวยคนหนึ่งได้มีการเข้าไปชมการชกมวยที่สนามมวยลุมพินีและมีการแพร่เชื้อให้กับคนอื่นต่อเนื่องไปถึง 50 คนด้วยกันจึงทำให้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19ของประเทศไทย

ที่เคยสงบนิ่งกลายเป็นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเพราะ 50 คนที่ได้รับเชื้อจากเซียนมวยคนแรกนั้นก็ไปทำการแพร่ระบาดให้กับคนอื่นๆเพิ่มมากขึ้นจนปัจจุบันนี้มีประชาชนที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าของเมืองไทยแล้ว 700 กว่ารายโดยทางคุณหมอเองก็ได้มีการออกมาประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆให้ทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยการพยายามสวมใส่หน้ากากอนามัยและพยายามอยู่ให้ห่างกันประมาณ 1 เมตร

และไม่ควรไปในจุดที่มีความหนาแน่นที่สำคัญควรมีการล้างมือบ่อยๆและใช้เจลล้างมือบ่อยๆด้วยโดยทางคุณหมอบอกว่าในปัจจุบันนี้อุปกรณ์ทางการแพทย์ของทางโรงพยาบาลในประเทศไทยค่อนข้างเริ่มจะลดน้อยลงและเริ่มจะขาดแคลนบางรายการดังนั้นหากยังมีการกระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19ต่อเนื่องอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้คาดว่าภายในกลางเดือนเมษายนปีนี้จะมีผู้ติดเชื้อมากจนถึง สามแสน กว่าคนเกือบสี่ แสนคนและอาจจะมีผู้ที่ป่วย

และเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19มาถึงเจ็ดพันกว่าคนอีกด้วยดังนั้นสิ่งที่ทางแพทย์แต่ละคนได้ปรึกษาหารือกันก็คืออยากจะให้ทางรัฐบาลนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชาออกกฎหมายอย่างเข้มงวดให้กับประชาชนอย่างเช่นต้องการให้มีการควบคุมเวลาเข้าออกบ้านโดยอยากจะให้จำกัดคนอยู่แต่ในบ้านเท่านั้นเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าเพราะถ้าขืนยังปล่อยให้ทุกคนเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างเสรีอย่างเช่นเป็นอยู่ในทุกวันนี้รับรองว่าผลกระทบอย่างร้ายแรงมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

ซึ่งอาจจะถึงขั้นเป็นเหมือนกับประเทศอิตาลีที่ตอนนี้ถึงแม้จะปิดเมืองไปแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถที่จะควบคุมโรคได้เลยนั่นก็เพราะว่าประชาชนไม่ให้ความร่วมมือในการที่จะออกไปนอกบ้านเพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงกันกับเรานั้นมีเชื้อไวรัสหนังโควิด-19 ดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและยังเป็นการช่วยเหลือนายแพทย์ที่ตอนนี้เริ่มจะไม่สามารถดูแลคนไข้ไหวแล้วเพราะจำนวนคนไข้เพิ่มมากขึ้นมากนั้นพังรัฐบาลจะต้องออกมาตรการคุมเข้มประชาชนถึงแม้อาจจะต้องถูกประชาชนต่อว่าก็ตาม 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   พนันบอลออนไลน์ ฟรี2020

เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดสุรินทร์

เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดสุรินทร์สั่งกักลูกน้องพร้อมตนเอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ สั่งกักลูกน้องพร้อมตนเองเนื่องจากใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา

       เดือดร้อนกันทั้งโรงพักเมื่อทางผู้กำกับสถานีตำรวจลำดวนของจังหวัดสุรินทร์ได้ออกมาเซ็นอนุมัติให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของตนเองรวมถึงตนเองซึ่งนับจำนวนแล้วมีทั้งหมด 15 คนให้กักตนเองอยู่แต่ในบ้านเนื่องจากว่าพบว่ามีการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งทางผู้กำกับเองเพิ่งมาทราบข่าวว่านายพรชัยมุ่งเจริญพรซึ่งอดีตเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทยได้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

มาจากสนามมวยซึ่งก่อนหน้านั้นมีคนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นจำนวนมากมาจากสนามมวยทั้งจากเวทีลุมพินีและที่ราชดำเนินซึ่งอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนดังกล่าวหลังจากที่ไปชมการชกมวยที่สนามมวยเวทีลุมพินีแล้วก็ยังเดินทางไปร่วมกิจกรรมการงานต่างๆอยู่เป็นระยะทางไปร่วมงานพิธีศพซึ่งมีจำนวนตำรวจที่ไปร่วมงานนี้หลายนายรวมทั้งผู้กำกับเอง

ก็ไปร่วมงานนี้ด้วยเช่นกันอีกทั้งยังอยู่ใกล้ชิดกับอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนดังกล่าวจึงทำให้เกรงว่าจะเป็นบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าดังนั้นเพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมผู้กำกับ สภ.ลำดวน  ของจังหวัดสุรินทร์จึงได้ออกมาประกาศให้นายตำรวจที่ร่วมงานกลับต้นเองรวมถึงไปร่วมงานศพและได้ใกล้ชิดกับนายพรชัยมุ่งเจริญพรได้ทำการกักตนเองอยู่ที่บ้านเป็นระยะเวลา 14 วัน

เพื่อคอยสังเกตอาการว่าจะได้รับเชื้อไวรัสโคโรน่าเข้าสู่ร่างกายหรือไม่เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อระบาดไวรัสโคโรน่าไปยังผู้อื่น ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการทำตามขั้นตอนทางกฎหมาย ประกาศออกมาว่าให้คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงว่าจะได้รับเชื้อไวรัสโคโรน่ามาจากบุคคลอื่นให้กักตนเองไว้ในบ้านเป็นระยะเวลา 14 วันซึ่งตำรวจทั้ง 15 นายนี้และต้องไปที่บ้านเท่านั้นรวมถึงต้องใส่หน้ากากอนามัยแม้ว่าจะอยู่ที่บ้านก็ตาม 

        จากเหตุการณ์ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ 15 นายต้องกักตนเองอยู่ในที่บ้านนั้นเกิดมาจากสาเหตุที่ในตำรวจจำนวน 15 นายต่างๆได้เดินทางไปงานศพแม่ยายของข้าราชการตำรวจตู้ 1 ในวันดังกล่าวนายพรชัยบุญเจริญพรได้ไปร่วมงานด้วยและได้พบปะกับมือกันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ 15 นายจึงเกรงว่าอาจจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าจากนายพรชัยได้

เพราะว่านายพรชัยพึ่งประกาศออกมาว่าตนเองติดเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะติดมาจากการไปดูมวยที่สนามมวยลุมพินีหลังจากนั้นนายพรชัยก็เดินทางมาร่วมงานศพต่างๆซึ่งเชื่อว่าระหว่างนั้นเป็นช่วงของการแพร่เชื้อไวรัสให้กับคนอื่นได้ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซึ่งอาจจะมีมากขึ้นจึงจำเป็นต้องกักตัวนายตำรวจทั้ง 15 นาย 

 

สนับสนุนโดย   คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

ลูกชายเสี่ยช้างดับ

ลูกชายเสี่ยช้างดับ เพราะหลานชายกำนันเตี้ยยิง

  ลูกชายเสี่ยช้างดับ หากยังจำกันได้กับกรณีที่กำนันเตี้ยซึ่งเป็นกำนันหญิงของหมู่บ้านถูกคนร้ายบุกเข้ามายิงเสียชีวิตภายในบ้านพักซึ่งคดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่อุกอาจมากโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามจับกุมตัวคนร้ายเครื่องสามารถจับได้ว่าผู้ที่ก่อเหตุก็คือเสี่ยช้าง  เสี่ยช้างได้จ้างวานให้คนร้ายยิงกำนันเตี้ยเนื่องจากไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องของกำนันเตี้ยเข้าไปขัดผลประโยชน์เกี่ยวกับปมที่ดิน

ซึ่งกำนันเตี้ยนั้นถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นที่รักของชาวบ้านเพราะเป็นกำนันนักพัฒนาที่ช่วยพัฒนาหมู่บ้านและช่วยกำจัดคนไม่ดี ซึ่งหลังจากที่คดีนี้ได้มีการดำเนินคดีเสร็จสิ้นไปแล้วและเสี่ยช้างก็ถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมเรียบร้อยแล้วกลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อหลานชายของกำนันเตี้ยได้บุกเข้าไปยิงลูกชายของเสี่ยช้างจนถึงแก่ความตาย 

ซึ่งในตอนที่เกิดเหตุนั้นขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังมาชันสูตรพลิกศพเสี่ยช้างที่เพิ่งได้รับการประกันตัวออกมาก็เดินทางมาดูศพของลูกชายแต่ก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวแต่อย่างใดหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าหลานชายของกำนันเตี้ยอาจจะเกิดความไม่พอใจแล้วรู้สึกคับแค้นใจที่เสี่ยช้างที่ก่อเหตุจ้างวานฆ่ากำนันเตี้ยนั้นได้ถูกประกันตัวออกมาจึงทำให้หลานชายของกำนันเตี้ยต้องการกลับมาล้างแค้นเสียช้างจึงทำการยิงหลานชายของเสี่ยช้างจนเสียชีวิต

ซึ่งสุดท้ายแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถเข้าไปจับตัวผู้ก่อเหตุที่บุกเข้ามายิงลูกชายของเสียได้เลยจับได้ที่บ้านพักพร้อมอาวุธของกลางที่เป็นอาวุธปืนในการยิง ซึ่งหลังจากกลุ่มแล้วหลานชายของกำนันเตี้ยก็ได้บอกถึงเหตุผลที่ลงมือก่อเหตุยิงลูกชายของเสี่ยช้างว่าในตอนเกิดเหตุนั้นตนเองกำลังนั่งกินเหล้าอยู่กับเพื่อนๆตรงบริเวณหน้าศาลาประชาคม

ซึ่งขณะที่กินเหล้ากันอยู่นั้นลูกชายของเสียช้างก็เดินเข้ามา ซึ่งลูกชายของเสี่ยช้างคุยกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆประมาณสัก 5 นาทีก็ขับรถออกไปหลังจากนั้นก็กินเหล้ากันต่อและไม่นานทุกๆคนก็แยกย้ายกันกลับไปเหลือหลานชายของกำนันเตี้ยคนเดียวที่ยังนั่งอยู่หลังจากนั้นไม่นานผู้ตายก็ขับรถกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งมาพูดกับหลานชายของกำนันเรียกว่าตอนนี้มีกำนันย้ายมาใหม่แล้ว

ยังจะมาทวงผืนป่ากันอยู่อีกไหม ซึ่งหลังจากคำพูดนี้จบลงก็ทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันและลูกชายของเสี่ยช้างก็ตรงเข้ามาเหมือนกับว่าจะมาทำร้ายตนเองจึงทำให้หลานกำนันเตี้ยต้องชักอาวุธปืนออกมายิงเพื่อป้องกันตัวจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกชายของเสี่ยช้างเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากการล้างแค้นส่วนตัวแต่อย่างใด 

 

ขอขอบคุณ  คาสิโนออนไลน์  ที่ให้การสนับสนุน

บิณฑ์บรรลือฤทธิ์แจกเงินฟรีช่วยเหลือโควิด

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์แจกเงินฟรีช่วยเหลือโควิด

บิณฑ์บรรลือฤทธิ์แจกเงินฟรีช่วยเหลือโควิด ชาวบ้านสะอื้นดีใจได้รับเงิน 500 บาท บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ที่มาแจกฟรีช่วยเหลือตอนที่โควิด-19 กำลังระบาด

       อย่างที่เราทราบกันดีว่าตอนนี้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากผลกระทบของโควิด-19ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนี้ทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยต่างก็ตกงานไม่มีงานทำซึ่งหลายคนเป็นกลุ่มแรงงานที่หาเช้ากินค่ำดังนั้นเมื่อไม่ได้มีงานทำจึงไม่มีเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการหาซื้ออาหารกินก่อนหน้านี้มีดาราและนักแสดงบิณฑ์บรรลือฤทธิ์  เอกพันธ์บรรลือฤทธิ์  สองพี่น้องฝาแฝดซึ่งเป็นทั้งนักแสดงและเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้ง

ได้มีการนำเงินส่วนตัวของตนเองจำนวนเงินหลายล้านบาทออกมาเพื่อทำการแจกจ่ายประชาชนโดยทั้งสองคนจะมีการเดินแจกเงินให้กับประชาชนตามหมู่บ้านที่เป็นหมู่บ้านออกแนวสลัม ซึ่งคนกลุ่มนี้คือกลุ่มคนที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเนื่องจากจะไม่มีเงินใช้จ่ายในแต่ละวันโดยทั้งเอกพันธ์และบินบรรลือฤทธิ์จะเดินแจกให้ครอบครัวละ 500 บาท

ซึ่งจะส่งเงินถึงมือของชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆทำให้ชาวบ้านต่างก็พากันดีใจเป็นจำนวนมากพี่ถึงแม้เงินเพียง 500 บาทจะน้อยนิดสำหรับคนอื่นแต่สำหรับพวกเขาเหล่านั้นแล้วถือว่าเป็นการต่อชีวิตพวกเขาได้เป็นอาทิตย์ทีเดียว  ซึ่งทั้งสองคนร่วมกับทางมูลนิธิปอเต็กตึ้งได้มีการดำเนินดังกล่าวมาเดินแจกประชาชนมาเป็นระยะเวลานานสุดในวันที่ 9 เดือนเมษายนปีพศ 2563

ทั้งคุณบิณฑ์บรรลือฤทธิ์และเอกพันธ์บรรลือฤทธิ์ต่างก็เดินทางไปมอบเงินช่วยเหลือให้กับประชาชนล่าสุดเป็นชุมชนมัสยิดนูรุ้ลยากิน ซึ่งที่ชุมชนแห่งนี้จะมีด้วยกันทั้งสิ้น 198 ครัวเรือนด้วยกันโดยทั้งคุณบิณฑ์บรรลือฤทธิ์และคุณเอกพันธ์บรรลือฤทธิ์นั้นได้มีการแจกเงินจำนวน 500 บาทให้กับประชากรที่ชุมชนแห่งนี้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1452 คนด้วยกัน

ซึ่งชาวบ้านต่างก็ออกมายกมือแสดงความขอบคุณที่ดาราหนุ่มทั้งสองคนให้ความช่วยเหลือโดยไม่จำเป็นต้องไปลงทะเบียนอะไรให้ยุ่งยากแถมไม่จำเป็นต้องแสดงบัตรประชาชนทางดาราหนุ่มทั้งสองคนก็แจกเงินให้ฟรีเลยซึ่งหลายคนบอกว่าหากไม่ได้การช่วยเหลือจากดาราหนุ่มทั้งสองคนในครั้งนี้ก็อาจจะแย่ได้เพราะว่าตอนนี้หลายครอบครัวไม่มีข้าวกินแถมคนในชุมชนส่วนใหญ่ก็ต่างตกงานกัน

เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจรวมถึงปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19ที่กำลังระบาดอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ทำให้รัฐบาลออกมาประกาศให้มีการปิดสถานที่ทำงานหลายที่ส่งผลให้คนในชุมชนไม่สามารถไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงชีพตัวเองได้ ซึ่งทางคุณบริหารและได้มีการให้สัมภาษณ์กับนักแข่งตอนนี้มีเงินที่มีคนบริจาคเข้ามาช่วยเหลือประมาณเกือบ 7 ล้านบาทแล้วที่จะนำมาจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้รวมถึงก็มีคนที่ใจดีบริจาคหน้ากากอนามัยผ้าให้เอามาแจกกับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   ยูฟ่าเบท365

ชายชราบาดเจ็บสาหัสเพราะไม่ให้เงิน

ชายชราวัย 80 ปีบาดเจ็บสาหัสเพราะไม่ให้เงิน 200 บาท

ชายชราบาดเจ็บสาหัสเพราะไม่ให้เงิน ที่จังหวัดชัยนาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีตาชราถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส โดยคนบาดเจ็บชื่อคุณตาโพธิ์  ซึ่งคุณตามีอายุ 80 ปี ถูกลูกชายแท้ๆใช้มีดฟัดหลายแผล ซึ่งลูกชายอายุ 41 ปี ดูภรรยาของตาโพชื่อว่านางถนอมเป็นผู้เล่าเหตุการณ์ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่า คนที่ใช้มีดทำร้ายตาโพก็คือลูกชายของทั้งคู่โดยลูกชายมีอาการทางประสาทเนื่องจากว่ามีการดมกาวอย่างหนักมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นสมัยตั้งแต่อายุ 18 ปี

และปัจจุบันก็ยังมีการดมอยู่เคยพาลูกชายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลประสาทแล้วคุณหมอให้ยากลับมากินที่บ้านแต่ก็ยังมีอาการคุ้มคลั่งอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะถ้าหากวันไหนที่ลูกชายมาขอเงินแล้วพ่อกับแม่ไม่ให้ก็มักจะมีอาการคุณข้างและขู่จะฆ่าพ่อกับแม่รวมถึงขู่จะเผาบ้านซึ่งพ่อกับแม่และยายคนอื่นก็อยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยอาการหวาดผวาเกรงว่าลูกชายที่ชื่อว่านายวิชัยจะก่อเหตุตามที่เคยทวงค่าจริงๆ

ซึ่งเหตุการณ์ในวันนี้เกิดขึ้นเนื่องมาจากเมื่อคืนที่ผ่านมานายวิชัยได้เดินทางมาหาแม่ที่บ้านและมาขอเงินจำนวนเงิน 200 บาทแต่ผู้เป็นแม่ไม่ให้ทำให้นายวิชัยโมโหลุงเช้านายวิชัยเดินถือมีดมาตามหาผู้เป็นแม่ก็คือนางถนอมแต่หาไม่เจอเมื่อเดินไปใต้ถุนบ้านพบกับตาโพธิ์ซึ่งเป็นพ่อกำลังนอนหลับอยู่บนเปลนายวิชัยจึงได้ใช้มีดกระหน่ำแทงไปที่ตาโพจนได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งระหว่างที่นายวิชัยแทงในโพธิ์นั้นคนในบ้านก็พยายามเข้าไปห้าม

และสามารถจับตัวเอาไว้ได้จึงได้มีการประสานงานให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมตัวนายวิชัยไปดำเนินคดีเพราะคนที่บ้านต่างก็กลัวว่านายวิชัยจะก่อเหตุฆ่าคนภายในบ้านเสียชีวิตซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุก็ยังพบนายวิชัยเดินไปเดินมาแถวบริเวณบ้านพักจึงได้เข้าทำการจับกุมสุรา

และไปทำการส่งตรวจสอบกับทางโรงพยาบาลประสาทว่านายวิชัยมีอาการทางประสาทจริงหรือไม่หากไม่มีอาการทางประสาทจะได้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปและถ้าหากมีอาการคุ้มคลั่งจะเกิดจากอาการทางประสาทจริงก็จะได้ส่งโรงพยาบาลจิตเวชเพื่อรักษาต่อไป

       สำหรับตาโพธิ์ที่ได้รับบาดเจ็บนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วโดยนางถนอมยืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับลูกชายให้ถึงที่สุดและไม่ต้องให้ลูกชายออกมาจากห้องขัง โดยคุณยายถนอมบอกว่าหากคนที่เป็นลูกสามารถทำลายพ่อแม่ได้ถึงขนาดนี้ก็ถือว่าเลวมากทั้งยายถนอมยังได้มีการสาปแช่งลูกชายมากมาย

เนื่องจากยายถนอม รู้สึกโกรธที่ลูกชายทั้งทำร้ายและด่าทอพ่อแม่อีกทั้งยังกลัวว่าลูกชายออกจากคุกแล้วจะมาทำร้ายตนเองดังนั้นจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับคางคกได้รับโทษอย่างสาสมไปเลย 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub ทดลองเล่นฟรี

เมียถูกผัวหักหลัง

เมียโทรตามให้ผัวมารับผิดด้วยกัน

 

 

เมียถูกผัวหักหลัง ตำรวจค้นบ้านเจอยาเสพติดเมียโทรตามให้ผัวมารับผิด แต่ผัวเพียงบอกรักเมียและตัดสายไป

            มีเหตุการณ์ที่น่าสงสารเกิดขึ้นกับหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งเธอแต่งงานมีครอบครัวอยู่กินกับผู้ชายคนหนึ่งและมีลูกอยู่ด้วยกันสองคนโดยเธออาศัยอยู่ที่  หมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลาสิ่งที่สร้างความน่าสงสารให้กับเธอในครั้งนี้นั่นก็เพราะว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปยังบ้านของเธอเพื่อทำการตรวจค้นหาสารเสพติด

เนื่องจากว่ามีสายสืบรายงานมาว่าบ้านของหญิงสาวคนดังกล่าวที่ชื่อว่านางสาว ไวด๊ะ เป็นแหล่งขายยาเสพติดแบ่งใหญ่ในเขตหมู่บ้านดังกล่าวเส้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการติดตามข่าวมานานแล้วโดยพบว่าสามีของเธอเป็นผู้นำยาเสพติดมาขายและตัวเองเป็นผู้ทำบัญชีเกี่ยวกับการซื้อขายยาเสพติดซึ่งในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปค้นบ้านเธอนั้นสามีของเธอไม่อยู่ 

อยู่เพียงแค่นางสาว ไวด๊ะกับลูกๆเท่านั้นและเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการค้นบ้านก็ได้พบของกลางเป็น ยาบ้าจำนวนมากถึง 1250 เมตรและยังมียาไอซ์รวมถึงปืนอัดลมและยังมีสารเสพติดอีกหลายอย่างดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการเข้าจับกุมนางสาว ไวด๊ะได้เก็บของกลางไว้เป็นหลักฐานซึ่งเธอได้ให้การปฏิเสธไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องของยาเสพติดต่างๆโดยบอกว่ายาเสพติดนี้น่าจะเป็นสามีของเธอนำมาเก็บซ่อนไว้ที่บ้าน

โดยระหว่างนั้นเธอได้มีการโทรออกไปหาสามีของเธอเมื่อสามีของเธอรับสายเธอได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการจับกุมของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สามีของเธอฟังพร้อมทั้งบอกให้สามีของเธอมายอมรับผิดเพราะตัวเองนั้นจะต้องอยู่ดูแลลูกทั้งสองคนเคยติดคุกไปก็จะไม่มีใครดูแลลูกซึ่งสามีของเธอ

แต่เพียงว่าเขารักเธอหลังจากนั้นสามีของเธอก็ตัดสายทิ้งไปแล้วไม่สามารถติดต่อได้อีกเลยทำให้เธอเสียใจร้องไห้เป็นอย่างมากทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้สึกสงสารเธอที่สามีของเธอทอดทิ้งเธอให้เธอรับผิดชอบเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งหมดซึ่งถ้ามีการพิพากษาจากศาลแล้วจำนวนยาเสพติดที่มีมากขนาดนี้อาจจะทำให้เธอต้องติดคุกตลอดชีวิต

และนั่นจะนำมาซึ่งผลเสียต่อลูกทั้งสองคนของเธอที่จะไม่มีคนดูแลตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำตัวไปฝากขังไว้แล้วและกำลังติดตามหาสามีของเธอเพื่อนำมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนลูกทั้งสองคนของเธอนั้น ตอนนี้ได้มีการประสานงานให้ญาติญาติของเธอมารับตัวไปดูแลแล้ว ระหว่างที่นางสาวไวด๊ะถูกจับกุม

 

 

ขอบคุณ  gclub   ที่ให้การสนับสนุน

นายแพทย์หายป่วยจากโรคโควิด

นายแพทย์หายป่วยจากการติดโรคโควิด-19

นายแพทย์หายป่วยจากโรคโควิด -19 เผยมีแต่คนรังเกียจจนไม่สามารถทนอยู่ที่คอนโดได้

       จากที่ก่อนหน้านี้ทางด้านกระทรวงสาธารณสุขได้มีการโพสต์คลิปวีดีโอของนายแพทย์ท่านหนึ่งพี่ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งหลังจากที่คุณหมอหายดีแล้วกลับพบว่าคนที่คอนโดหลายคนไม่เข้าใจเกี่ยวกับโรคดังกล่าวหลายคนกลัวว่าจะติดเชื้อจากคุณหมอทั้งที่คุณหมอหายป่วยแล้ว

        เรื่องราวดังกล่าวมีการแชร์มาจากนายแพทย์ธนัชซึ่งเขาคือหนึ่งในผู้ป่วยที่ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มาจากคนไข้หลังจากนั้นเขาก็ได้ทำการรักษาตัวจนปัจจุบันเขาสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้เนื่องจากว่าหายป่วยจากอาการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วซึ่งโดยปกติแล้วขั้นตอนของการรักษานั้นหากผู้ป่วยไม่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วก็จะมีการตรวจสอบเอกซเรย์ปอดอีกครั้งหนึ่งว่าเชื้อไวรัสโคโรน่าได้มีการลงไปอยู่ที่ปอดหรือไม่

ซึ่งคุณหมอเองก็ผ่านการทดสอบทุกขั้นตอนแล้วดังนั้นจึงสามารถกลับไปอยู่ที่บ้านได้แต่กลับพบปัญหาว่าเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านกลับไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนเดิมเพราะหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลคุณหมอธนภัทรก็ได้มีการกักตนเองต่อเป็นระยะเวลา 14 วันอีกครั้งเพื่อความแม่นยำและเพื่อความชัวร์ว่าจะไม่มีการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าได้

หรือกลับมาป่วยอีกครั้ง และหลังจากที่นายแพทย์มีการกักตัวครบ 1 เดือนเจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลก็มีการโทรมาสอบถามอาการคุณหมอเป็นระยะรวมถึงคุณหมอจะต้องมีการเล่าอาการของตนเองในแต่ละวันรายงานให้กับทางโรงพยาบาลได้รับทราบอาการเพื่อที่หากพบว่าอาการไม่ดีขึ้นพยาบาลจะได้รีบเดินทางมารับตัวกลับไปรักษาต่อ โดยคุณหมอได้มีการบอกเล่าให้กับนักข่าวฟังว่า

สำหรับตัวคุณหมอเองนั้นติดเชื้อไวรัสไม่ค่อยรุนแรงมากนักเพราะคุณหมอนอนรักษาตัวแค่ 3-4 วันเท่านั้นก็อาการกลับมาเป็นปกติเนื่องจากคุณหมอไม่มีไข้เลยแต่เมื่อคุณหมอเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้านคุณหมอกลับทราบว่าที่คอนโดของคุณหมอนั้นมีลูกบ้านบางคนติดต่อไปทางนิติบุคคลเพื่อขอทราบว่าผู้ที่ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นเป็นใครพักอยู่ห้องไหนและอยู่ที่ชั้นอะไรห้องเลขที่อะไรและยังให้ทางนิติบุคคลช่วยตรวจสอบผ่านทางกล้องวงจรปิดก่อนที่จะไปบอกพวกเขาด้วยว่าคุณหมอนั้นใช้ลิปตัวไหน

จะออกจากห้องกี่โมงทำให้คุณหมอเริ่มรู้สึกไม่สบายใจและเริ่มทำตัวไม่ถูกรู้สึกเครียดที่มีคนในคอนโดไม่เข้าใจโรคชนิดนี้ซึ่งคุณหมอเองก็ออกมาบอกว่าอยากจะให้ทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับโรคชนิดนี้ว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไม่ต้องเป็นกังวลใจกันมากซึ่งคุณหมอเองก็มีใบรับรองแพทย์หากใครที่ยังหวาดกลัวหรือหวาดระแวงเพราะคุณหมอจะไปแพร่เชื้อก็สามารถมาขอดูใบรับรองแพทย์ได้

 

 

สนับสนุนโดย   gclub สูตรบาคาร่า