ข่าวภูเขาไฟที่นิวซีแลนด์ระเบิด

           มีรายงานข่าวด่วนเข้ามาว่าเกิดเหตุภูเขาไฟปะทุขึ้นที่เกาะไวต์ ของประเทศไอซ์แลนด์ โดยมีพื้นที่ห่างจากพื้นที่ของนิวซีแลนด์ 48 กิโลเมตร โดยมีรายงานข่าวว่ามีคนหาย 27 คนและได้รับการยืนยันในเวลาต่อมาว่าเสียชีวิตแล้ว 5 คนส่วนที่เหลือยังหาไม่พบ ซึ่งเกาะนี้ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปเยี่ยมชม  ภูเขาไฟได้ ก่อนที่จะมีการระเบิดมีนักท่องเที่ยวกำลังทยอยออกมาจากเกาะและยังอยู่บนเกาะประมาณ 50 คนและช่วยมาได้แล้ว 18 คน และขณะนี้ภูเขาไฟยังคงปะทุอยู่

        จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความวิตกกังวลจากผู้ที่ทราบข่าวกันเป็นจำนวนมากบรรดาญาติพี่น้องของผู้ที่สูญหายและเสียชีวิตยังคิดตามการค้นหาญาติของตัวเองว่าจะมีใครรอดกลับมาได้หรือไม่ ส่วนเหตุการณ์ที่ภูเขาไฟระเบิดนั้นเป็นเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่มนุษย์เราไม่อาจควบคุมได้ เพราะภูเขาไฟจะมีความร้อนอยู่ใต้ภูเขารอวันที่จะปะทุ ถ้ามีเหตุการณ์อะไรหรือสถานการณ์อะไรกระทบกับรอยแยกของภูเขาไฟ ก็สามารถทำให้มันระเบิดได้ทุกเมื่อ ส่วนความน่าเป็นห่วงที่จะตามมาก็คือ เมื่อภูเขาไฟระเบิดจะมีลาวาไหลออกมาด้วย

ซึ่งต้องดูทิศทางของลาวาว่าจะไหลไปทางไหน จะไปถึงตรงที่จะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนพลเมืองได้หรือไม่ แต่สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ภูเขาไฟที่ระเบิดเป็นเกาะอยู่กลางทะเล ดังนั้นปัญหาเรื่องของลาวาว่าจะมีกระทบกับคนนั้นคงจะไม่มีแต่จะมีผลกระทบโดยตรงกับสัตว์ในทะเลและปะการัง และที่เราต้องมากังวลกันตอนนี้อีกอย่างคือ ควันจากภูเขาไฟที่ลอยไปในอากาศจะมีผลต่อประชานชนแน่นอนเพราะเป็นควันที่มีการปล่อยแก๊สออกมาจะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชน ดังนั้น อาจจะต้องคำนวณปริมาณของแก๊สว่าควรจะต้องอพยพประชาชนให้ออกมาจากรัศมีของควันจากภูเขาไฟหรือไม่

         อย่างไรก็ดี เราก็ขอเอาใจช่วยกลุ่มคนที่เหลือที่ยังสูญหาย ให้มีชีวิตรอด รอการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ให้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ หากเราไม่พากันเดินทางไปที่เกาะเพื่ออยากดูภูเขาไฟที่ยังไม่ระเบิดก็จะไม่เกิดอันตรายเลย เพราะเราทุกคนต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าหากภูเขาไฟที่ยังไม่มอดดับ สามารถที่จะระเบิดได้ตลอดเวลา รัฐบาลควรที่จะติดป้ายห้ามเข้าใกล้ ไม่ควรปล่อยให้มีการข้ามเรือเพื่อไปดูภูเขาไฟที่มีโอกาสที่จะปะทุตลอดเวลาได้ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เราต้องมาดูกันว่าใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ หรือว่าทางรัฐบาลจะรับผิดชอบกับเหตุการณ์ภัยพิบัตินี้อย่างไร

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

พนักงานร้านสะดวกซื้อร้านดังกักตุนหน้ากากอนามัย

พนักงานร้านสะดวกซื้อร้านดังกักตุนหน้ากากอนามัย นำออกมาจำหน่ายเกินราคา.

           กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักและมีการแชร์ข้อมูลเฟสบุ๊กการขายสินค้าเป็นหน้ากากอนามัยของหญิงสาวคนหนึ่งกันเป็นอย่างมากอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช้เพียงแค่ว่าเธอขายหน้ากากอนามัยในราคาที่แสนแพงเท่านั้นแต่ยังพบว่าเธอเป็นพนักงานของร้านสะดวกซื้อชื่อดัง ซึ่งร้านดังกล่าวจะได้รับหน้ากากอนามมัยจากทางรัฐบาลเพื่อเป็นตัวแทนให้มาจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาประหยัด

           ซึ่งร้านสะดวกซื้อที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้เป็นร้านของกลุ่มบริษัท CPALL  ซึ่งก็คือร้าน 7-11  นั่นเองโดยข่าวที่กำลังมีการแชร์กันอย่างกว้างขวางนี้มากจากที่พนักงานร้าน 7-11 คนหนึ่งได้นำสินค้าภายในร้านออกมาประกาศขายผ่านทางเฟสบุ๊กส่วนตัวโดยคิดราคาเกินจากที่ราคาที่มีการกำหนดไว้ที่ซองสินค้า ซึ่งสินค้าดังกล่าวคือหน้ากากอนามัย

ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่ต้องการของประชาชนทุกคน โดยส่วนใหญ่เมื่อเห็นข้อความขายสินค้าต่างก็เกิดความไม่พอใจ เพราะส่วนใหญ่เวลาที่ทุกคนไปหาซื้อหน้ากากอนามัยที่ร้าน 7-11 ก็มักจะไม่มีหน้ากากอนามัยขาย แต่พอปรากฏว่ามีคนที่เป็นพนักงานของ 7-11 กักตุนหน้ากากอนามัยแล้วนำมาโพสต์ขายส่วนตัว จึงทำให้หลายคนไม่พอใจ และที่สำคัญพนักงานคนดังกล่าวมีการระบุราคาไว้ค่อนข้าสูงเพราะจากเดิมหากซื้อที่ร้าน 7-11 หน้ากากอนามัยขนาดเด็กใส่จะราคาอยู่ที่ 39 บาทแต่พนักงานคงดังกล่าวนำมาโพสต์ขายถึงราคา 99 บาทและในขณะที่ร้าน 7-11 ขายหน้ากากอนามัยผู้ใหญ่ราคา  129  บาท

แต่พนักงานคนดังกล่าวนำมาขายสูงถึง 329 บาท ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคและเป็นการเอาเปรียบคนที่กำลังมีความต้องการที่จะใช้หน้ากากอนามัยและทั้งที่ตอนนี้ทางรัฐบาลมีการออกกฎหมายมาควบคุมราคาของหน้ากากอนามัยแต่กลับมีคนมากักตุนหน้ากากอนามัยและนำมาโพสต์ขายผ่านออนไลน์และขึ้นราคากันเป็นจำนวนมาก

         และจากข่าวที่มีการแชร์ไปอย่างกว้างขวางในครั้งนี้ ทำให้ทางบริษัท CPALL ได้ออกมาประกาศไล่ออกพนักงานคนดังกล่าวทันที่ เพราะถือว่ามีการทำผิดกฎของบริษัทอย่างร้ายแรงอย่างมาก และที่สำคัญยังถือว่ามีการทำผิดกฎหมายอีกด้วยในขณะที่ประเทศไทย ทุกคนกำลังขาดแคลนหน้ากากอนามัยกันอยู่นี้ ก็ยังมีคนบางกลุ่มฉวยโอกาสหาผลประโยชน์

จากเรื่องนี้มาขูดเอาเงินจากประชาชน ซึ่งทำให้เราเล็งเห็นได้ว่ารัฐบาลยังไม่ได้ให้ความสำคัญและยังไม่ได้จริงจังกับการแก้ไขปัญหาการกักตุนหน้ากากอนามัยเพื่อมาอัพราคาขายกันอย่างจริงจัง   รัฐบาลควรจะมีมาตรการที่เข็มงวดกว่านี้เพื่อที่คนจะได้เลิกกักตุนหน้ากากอนามัย ประชาชนและโรงพยาบาลจะได้มีหน้ากากอนามัยใช้สักที

 

 

ขอบคุณ  บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท  ที่ให้การสนับสนุน

ข่าวสาวถูกยิงบนรถตู้เสียชีวิต

          มีรายงานข่าวเข้ามาว่ามีคนถูกยิงบนรถตู้และเสียชีวิตในเวลาต่อมาซึ่งจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนพบว่าผู้ตายและสามีมีลูกด้วยกันสองคน คนโตอายุ 8 ขวบและคนเล็กอายุ 2 ขวบทั้งผู้ตายและสามีทำงานเป็นผู้รับเหมาในกรุงเทพ ได้เดินทางกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดเพื่อช่วยที่บ้านเกี่ยวข้าว

และกำลังกลับเข้ามาทำงานในกรุงเทพต่อ ระหว่างทางตรงหน้าห้างสิริพรม ได้มีกระสุนมาจากไหนไม่รู้ยิงเข้ามาในรถตู้และกระสุนถูกเข้ากับหญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถตู้และเสียชีวิต หลังจากนั้นคนยิงได้เข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นชายวัย 42 ปี เข้ามายอมรับว่าเป็นเจ้าของกระสุนที่ยิงโดนหญิงสาวเสียชีวิต โดยได้เล่าไม่ได้ตั้งใจยิงใครในรถตู้ โดยเกิดเหตุตนกินเหล้าอยู่กับเพื่อนแล้วลูกชายโทรมาบอกว่ามีอริไล่ตีจึงได้คว้าปืนวิ่งไปช่วยลูกแล้วยิงออกไปโดยไม่รู้ว่ากระสุนไปโดนคนเสียชีวิตพอรู้เรื่องก็รีบเข้ามอบตัวทันที

          จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคน และเด็กอีกสองคนต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าแม่ เพราะความอารมณ์ร้อนของคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งผลพวงมาจากเหล้าเป็นหลัก การที่รู้ว่าลูกถูกรุมทำร้ายแล้วจะเข้าไปช่วยเหลือลูกนั้นไม่ผิด แต่ควรหาวิธีช่วยเหลืออย่างอื่น ไม่ควรนำปืนออกมาใช้ในที่สาธารณะที่สำคัญมีการยิงออกไปมั่วแล้วกระสุนไปโดนคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาตั้งใจที่จะมาทำมาหากิน หาเงินไปเลี่ยงลูกแต่กลับต้องมาเสียชีวิตลง  ความผิดพลาดในครั้งนี้สร้างความเดือนร้อนให้คนเป็นจำนวนมาก ทั้งตัวผู้เสียชีวิตและครอบครัว เด็กๆที่ต้องขาดแม่ทั้งที่อยู่ในวัยที่ยังต้องการแม่เป็นอย่างมาก ตัวเองที่เป็นคนยิงก็ต้องมาติดคุก ที่สำคัญปืนที่นำออกมายิงนั้นก็เป็นปืนเถื่อนไม่ได้ลงทะเบียนดังนั้นคนที่จะเดือดร้อนเพิ่มก็คือเจ้าของปืน

          จะเห็นได้ว่าเพียงแค่ขาดความยั้งคิดก็ทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนไปได้ ดังนั้นข่าวนี้คงจะเป็นอุทาหรณ์ให้ใครหลายๆคนคิดได้ขึ้นมาบ้างว่า ถึงแม้จะโกรธมากมายแค่ไหน ก็ไม่ควรโกรธจนขาดสติ เพราะการไม่มีสติไม่ได้เกิดผลดีกับใครเลย ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม และลูกชายของผู้ต้องหา ควรจะสำนึกได้ว่าตนเองได้ทำให้พ่อเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เขาไม่ควรไปมีเรื่องทะเลาะกับคนอื่นแล้วต้องมาให้พ่อไปช่วยจนเป็นเหตุให้มีคนตาย สังคมสมัยนี้มีแต่คนอารมณ์ร้อนแล้วชอบใช้อาวุธในการตัดสิน หวังว่าถ้าใครได้อ่านข่าวนี้จะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดความใจร้อนลง ให้นึกถึงคนอื่นในครอบครัวให้มากว่าหากมีอะไรขึ้น พวกเขาจะเสียใจมากแค่ไหน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  รู้ทันบาคาร่า