นำร่องเตรีมเปิดโรงเรียน แซนด์บ็อกซ์  

      นำร่องเตรีมเปิดโรงเรียน  ในยุคที่โควิด-19 กำลังระบาดอย่างหนักอยู่ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน หรือการเดินทางไปท่องเที่ยว หรือแม้การไปช็อปปิ้งของตามห้างหรือตลาด  รวมถึงการเดินทางไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน ต่างก็มีความเสี่ยงสูงที่อาจจะมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ตลอดเวลา 

     ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะอยู่ที่บ้าน ไม่ค่อยออกไปเที่ยว ในขณะเดียวกันการทำงาน สถานประกอบการหรือเจ้าของกิจการก็เลือกที่จะให้พนักงานทำงานอยู่ที่บ้านแทน ยกเว้นที่บางบริษัทจำเป็นที่จะต้องไปทำงานที่ออฟฟิคอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งมีน้อยมาก และที่สำคัญโรงเรียนทั่วประเทศ ปิดการเรียนที่โรงเรียน ให้นักเรียนทำการเรียนผ่านระบบออนไลน์แทนเพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนเอง 

      ถึงแม้ว่าการเรียนออนไลน์จะค่อนข้างมีอุปสรรคเยอะ และมีปัญหายุ่งยากมากมายก็ตาม แต่เมื่อพบการระบาดของไวรัสโควิด แล้วให้เด็กไปเรียนที่โรงเรียนโอกาสที่เด็กจะติดไวรัสนั้นสูงมากกว่าการเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้านและที่สำคัญในตอนนี้รัฐบาลยังไม่สามารถที่จะหาวัคซีนที่ฉีดให้กับเด็กได้

    ปัจจุบันมีหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ทางรัฐบาลแก้ไขปัญหาการเรียนออนไลน์เยอะมาก แม้แต่เด็กนักเรียนเองก็ออกมาเรียกร้องด้วยเช่นเดียวกัน เพราะพวกเขามองว่าการเรียนออนไลน์นั้น พวกเขาแทบจะไม่ได้ความรู้อะไรเลย ในขณะเดียวกันก็ต้องทำการบ้านเยอะมากขึ้นและต้องเรียนอยู่หน้าคอมฯ ตลอดทั้งวันทำให้เด็กรู้สึกเหนื่อยล้ามากกว่าการไปเรียนที่โรงเรียน

      นอกจากเด็กจะมีปัญหาเรืองการเรียนออนไลน์แล้ว ทางครูผู้สอนเองก็พบปัญหาไม่ต่างกันเพราะครูเองก็ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการสอนออนไลน์ บางคนอุปกรณ์ที่จะสอนออนไลน์ก็ขาดแคลน รวมถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็เป็นส่วนหนึ่งของอุปสรรคในการเรียนออนไลน์ ไม่ต้องพูดถึงผู้ปกครองที่เดือดร้อนไม่ต่างกัน เพราะต้องคอยเฝ้าดูให้ลุกเรียนออนไลน์ ไม่โดดเรียน และยังต้องเปลืองทั้งค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต และยังต้องเรียนไปพร้อมกับลูกเพราะต้องสอนลูกทำการบ้าน

      ด้วยความเดือดร้อนเหล่านี้ที่มีการร้องเรียนมา ทางด้าน กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้มีการจัดโครงการโรงเรียนแซนด์บ็อกซ์ขึ้นมา ซึ่ง หากโรงเรียนให้ความสนใจจะเข้าร่วมโครงการจะต้องทำได้ตามเงื่อนไขที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดเอาไว้ นั่นก็คือ จะต้องเป็นโรงเรียนประจำเท่านั้น และจะต้องมีความพร้อมที่จะทำตามมาตรการคุมเข้า โดยครูที่โรงเรียนจะต้องฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไม่ต่ำกว่า 85% ของครูทั้งหมดในโรงเรียน และต้องควบคุมคนเข้าออกในโรงเรียน ที่สำคัญต้องได้รับความยินยอมจากเด็กและผู้ปกครอง ถึงจะเข้าร่วมโครงการนี้ได้

       อย่างไรก็ตามในขณะนี้มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการนี้แล้ว 68 โรงเรียนด้วยกัน ซึ่งหากโครงการนี้สามารถดำเนินการได้ไปด้วยดี จะมีการขยายให้มากขึ้น เพราะโครงการโรงเรียนแซนด์บ็อกซ์นั้น เด็กนักเรียนสามารถเรียนหนังสือที่โรงเรียนได้แล้วนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

ครอบครัวหลอกกินชาบูฟรีออกมาโต้   ไม่ได้ตั้งใจกินฟรีพร้อมชี้แจงเหตุผล ทำไมต้องสั่งของเยอะ

        ครอบครัวหลอกกินชาบูฟรีออกมาโต้ เมื่อวันที่ 14 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564    ทางด้านครอบครัวที่เป็นข่าวว่าไปกินชาบูฟรี ที่ร้าน โค้ยกุ้ย หมอไฟ  ได้ออกมาตอบโต้กับเจ้าของร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยคนที่ออกมาพูดนั้นก็คือฝ่ายหญิงซึ่งเป็นลูกค้าและเป็นคุณแม่ของเด็ก โดยเธอระบุว่าครอบครัวของเธอนั้นไม่ได้ต้องการที่จะไปกินชาบูฟรี   แต่สาเหตุที่เธอต้องโวยวายกับพนักงานร้าน นั่นก็เพราะว่าเธอไม่พอใจพนักงานร้านที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ดีแล้วที่สำคัญทางร้านไม่ยอมรับคืนสินค้าที่มีการสั่งมา

            โดยระบุว่าเธอไม่ได้มีการตั้งใจที่จะสั่งอาหารเยอะมากมายแบบนั้นแต่เกิดจากความเข้าใจผิดของเธอและลูกชายของเธอเลยลูกชายของเธอนั้นคิดว่าร้านชาบูดังกล่าวนั้นคิดค่าหัวเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ทำให้ลูกชายของเธอสั่งอาหารมาค่อนข้างเยอะจนเกินไป  โดยเธอระบุว่าลูกชายของเธอนั้นมีอายุเพียงแค่ 12 ขวบกับ 14 ขวบเท่านั้น

             ซึ่งยังไม่ค่อยรู้เรื่องราวมากนักเพราะเห็นว่าเป็นร้านชาบูก็คิดว่ามีการคิดเงินแบบบุฟเฟ่ต์จึงได้สั่งมาเยอะจนกินไม่หมดดังนั้นเธอจึงได้มีการเรียกพนักงานให้นำอาหารกลับไปเก็บบางส่วนแต่ทางพนักงานแจ้งว่าเมื่อสั่งมาแล้วไม่สามารถที่จะเอากลับไปคืนได้และเธอไม่พอใจกริยาของพนักงานที่วางถ้วยอาหารด้วยการกระแทกรุนแรงทำให้เธอนั้นหมดอารมณ์ที่จะกินหลังจากนั้นก็มีเรื่องราวทะเลาะกัน

           โดยเธอมองว่าพนักงานของร้านนั้นไม่ยอมเอารุ่นรวยให้กับเธอและครอบครัวของเธอเลยเพราะเธอสั่งมาเยอะแล้วกินไม่หมดเธอต้องการที่จะคืนของส่วนเรื่องที่เจ้าของร้านระบุว่าเธอพูดว่ามีเงินติดตัวแค่ 200 นั้นเธอพูดจริงแต่เธอพูดด้วยอารมณ์โมโหของเธอซึ่งในวันดังกล่าวนั้นเธอมีการดำเนินติดตัวไปในปริมาณที่มากพอแต่เธอไม่ต้องการที่จะจ่ายเงินเพราะเธอถือว่าเธอไม่ผิดนั่นเอง

          อย่างไรก็ตามเธอต้องการให้ทางเจ้าของร้านชาบูทำการลบโพสที่นำเรื่องของครอบครัวเธอออกมาประจานผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียทำให้ครอบครัวของเธอนะดูแย่ในสายตาของคนทั้งประเทศและที่สำคัญเจ้าของร้านนั้นไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุและไม่ได้รู้เรื่องราวที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร

        อย่างไรก็ตามในขณะนี้เจ้าของร้านชาบูได้มีการไปแจ้งความที่สถานีตำรวจประจำจังหวัดราชบุรีเอาไว้แล้วและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเรียกตัวทั้งเจ้าของร้านและทั้งคู่กรณีซึ่งเป็น 1 คนเข้าไปกินอาหารภายในร้านมาตกลงไกล่เกลี่ยกันที่สถานีตำรวจโดยทางหญิงสาวซึ่งเป็นครอบครัวที่ไปกินชาบูฟรีนั้นยืนยันว่าเธอสามารถเข้าไปไกล่เกลี่ยได้แต่เธอต้องการให้เจ้าของร้านนำเรื่องราวของเธอที่โพสต์ลงใน Social Media ลบออกไปให้หมดหากไม่เช่นนั้นเธอจะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับทางเจ้าของร้านชาบูในข้อหาพรบคอมพิวเตอร์

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เปิดยูส ขั้นต่ำ 100 

ผอ.โรงเรียนเทศบาลเสนารังสรรค์ลมแทบจับเมื่อเจอบิลค่าเรียกเก็บค่าน้ำเกือบ 10 ล้านบาท

        ปัญหาเรื่องของบิลการเรียกเก็บค่าน้ำที่มีการใช้งานเกินจริงนั้นมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องซึ่งมีทั้งชาวบ้านธรรมดาทั่วไปรวมถึงบริษัทร้านค้าต่างๆโดยบิล ที่เรียกเก็บเกินจริงนั้นบ้างจะมียอดสูงผิดปกติในราคาหลักหมื่นหรือหลักล้านเลยทีเดียวล่าสุดเมื่อวันที่ 10 เดือนสิงหาคมปีพ.ศ. 2564 บิลค่าเรียกเก็บค่าน้ำเกือบ 10 ล้านบาท

     ผู้อำนวยการโรงเรียนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดพังงาก็ได้ออกมาเปิดเผยว่าในขณะนี้ทางโรงเรียนได้รับบิลเรียกเก็บค่าน้ำจากทางการประปาแต่บิลเรียกเก็บนั้นมียอดเรียกเก็บสูงผิดปกติซึ่งทำให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเห็นบินดังกล่าวนั้นแทบช็อกหมดสติเลยทีเดียวเพราะบิลที่ถูกเรียกเก็บมานั้นมียอดสูงถึงเกือบ 10 ล้านบาททั้งที่เป็นการใช้งานเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น

       อย่างไรก็ตามผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวยังระบุด้วยว่าสิ่งที่ช็อคหนักมากก็เพราะว่าทางโรงเรียนไม่เคยมีการใช้น้ำประปามาเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปีแล้วซึ่งมีการติดตั้งการประปาเอาไว้แต่ก็ไม่เคยใช้งานโดยปกติแล้วทางโรงเรียนจะเสียแค่ค่าบริการขั้นต่ำ 60 บาทพร้อมกับค่าภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7 เปอร์เซ็นต์ซึ่งโดยปกติต่อเดือนนั้นทางโรงเรียนจะเสียเงินให้กับการประปาเพียงแค่ประมาณ 74 บาท 70 สตางค์เท่านั้นและจ่ายมาเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี

 

      เนื่องจากทางโรงเรียนมีการใช้แค่น้ำบาดาลเท่านั้น

  ด้วยราคาค่าน้ำปะปาที่สูงมากทำให้ทางผู้อำนวยการโรงเรียนนั้นจำเป็นที่จะต้องนำเอกสารดังกล่าวไปติดต่อที่การประปาเพื่อทำการร้องเรียนและให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเพราะว่าไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าน้ำประปาที่ยอดสูงเกือบ 10 ล้านบาทอย่างแน่นอน 

      อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวได้มีการ ส่งเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานประปารวมถึงนายกเทศมนตรีประจำเมืองจังหวัดพังงาก็ได้รับการช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่โรงเรียนเพื่อทำการตรวจสอบทันทีหลังจากนั้นใช้ระยะเวลาเพียงไม่นานเท่านั้นก็ทราบสาเหตุของการเรียกเก็บบิลค่าน้ำประปาที่สูงผิดปกตินั้น

 

      โดยตรวจสอบพบว่าพนักงานที่มาจดมิเตอร์นั้นมีการจดตัวเลขที่คาดเคลื่อน

ซึ่งมิเตอร์ของจริงที่จะต้องจดนั้นมียอดการใช้มาตรวัดเพียงแค่ 45242  แต่ปรากฏว่าพนักงานที่จดมิเตอร์น้ำกลับจดมาตรวัดเป็นตัวเลข452425  ทำให้ยอดการใช้งานน้ำประปานั้นมีการเคลื่อนไหวสูงมากและถูกคำนวณเป็นตัวเลขเกือบ 10 ล้านบาทนั่นเอง

       จากการที่มีการตรวจสอบพบสาเหตุของการเรียกเก็บค่าประปาที่ผิดปกติเกิดจากความผิดพลาดของการทำงานของพนักงานจดมิเตอร์ทางการประปายืนยันว่าจะมีการแก้ไขบิลค่าเรียกเก็บค่าน้ำอย่างเร่งด่วนและจะแก้ไขให้ถูกต้องและจะมีการส่งบิลมาที่โรงเรียนดังกล่าวใหม่อีกครั้งหนึ่ง

         สำหรับโรงเรียนที่ได้รับบิลค่าน้ำประปาสูงถึงเกือบ 10 ล้านบาทนั้นคือโรงเรียนเทศบาลเสนารังสรรค์ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนอยู่ในเขตพื้นที่ของอำเภอตะกั่วป่าจังหวัดพังงานั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  gclub สมัครสมาชิก

โรงพยาบาลยอมชดใช้เงินให้ลูกของผู้ป่วยติดโควิค -19 ที่เสียชีวิตแล้ว หลังจากทำทรัพย์สินของผู้ป่วยสูญหาย 

         จากกรณีที่มีหญิงสาวรายหนึ่งได้มาร้องเรียนผ่านทางสื่อต่างๆว่าตัวเธอนั้นกำลังมีปัญหากับโรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งเป็นโรงพยาบาลชื่อดังแถวถนนแจ้งวัฒนะโดยเธอได้เล่าเหตุการณ์เกี่ยวกับครอบครัวของเธอที่ทั้งพ่อทั้งแม่ที่ชรามากแล้วติด covid พร้อมกันและได้พากันมารักษาอาการติดเชื้อไวรัส covid ที่โรงพยาบาลชื่อดังย่านแจ้งวัฒนะ โรงพยาบาลยอมชดใช้เงิน

         ซึ่งในวันที่เดินทางมารักษาอาการป่วยนั้นทั้งพ่อและแม่ของเธอมีการใส่สร้อยคอทองคำพร้อมกับพระเลี่ยมทองและยังมีการพกเงินสดติดตัวด้วยรวมมูลค่าของทรัพย์สินทั้งสิ้นมากกว่า 6 แสนบาทด้วยกันอย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาลได้มีการเก็บทรัพย์สินต่างๆไว้ให้แต่ปรากฏว่าหลังจากที่พ่อของเธอเสียชีวิตนั้นทรัพย์สินที่ทางโรงพยาบาลเก็บให้หายไปจนเป็นเหตุให้แม่ของเธอวิธีรักษาอาการป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลพอทราบเรื่องก็อาการทรุดหนักและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

       หญิงสาวคนดังกล่าวระบุว่าเธอได้มีการพูดคุยกับทางโรงพยาบาลแล้วซึ่งทางโรงพยาบาลเองก็มีการตรวจสอบให้แต่ยืนยันว่าไม่พบใครมีพิรุธหรือต้องสงสัยและทางโรงพยาบาลก็เงียบไปทำให้เธอรู้สึกเป็นกังวลใจว่าทางโรงพยาบาลจะไม่รับผิดชอบทำให้เธอต้องมีการติดต่อกับสำนักข่าวต่างๆเพื่อให้ทำข่าวเผยแพร่เรื่องนี้ให้ดังกลายเป็นที่สนใจของคนในสังคม

     โรงพยาบาลยอมชดใช้เงิน   อย่างไรก็ตามหลังจากที่เป็นข่าวโด่งดังเพียงแค่วันเดียวเท่านั้นหญิงสาวคนดังกล่าวก็ได้ออกมาอัพเดทกับนักข่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าในขณะนี้ทางโรงพยาบาลได้ติดต่อเธอมาเรียบร้อยแล้วโดยทางโรงพยาบาลยินดีที่จะมีการชดใช้ค่าเสียหายกับทรัพย์สินที่ทางโรงพยาบาลทำหายไปโดยมีการคืนเงินให้เป็นเงินจำนวน6 แสนบาท  ดังนั้นเธอจึงได้มีการแจ้งผ่านสื่อเพื่อเป็นการอัพเดทเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทราบ

        อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้มีทนายความซึ่งเป็นทนายอาสาเอามาพูดถึงเรื่องนี้แล้วว่าทรัพย์สินของผู้ป่วยที่มีการนำติดตัวไปที่โรงพยาบาลและทางแพทย์และพยาบาลเป็นคนดูแลให้เพราะฉะนั้นถ้าหากหายไปโรงพยาบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเนื่องจากว่าในห้องที่ทางผู้ป่วยทั้งสองคนเข้าพักรักษานั้นเป็นห้องระบบปิดที่คนอื่นจะไม่สามารถเข้าไปได้ยกเว้นแพทย์และพยาบาลเท่านั้น

           ดังนั้นจึงเป็นไปได้สูงว่าคนที่ขโมยทรัพย์สินไปก็คือแพทย์และพยาบาลที่เข้าไปดูแลผู้ป่วยนั้นเองซึ่งถ้าหากว่าทางโรงพยาบาลไม่รับผิดชอบทนายความจะมีการช่วยเหลือหญิงสาวคนดังกล่าวด้วยการพาไปดำเนินคดีฟ้องร้องเพื่อเอาผิดกับทางโรงพยาบาลให้ถึงที่สุดซึ่งสุดท้ายแล้วทางโรงพยาบาลก็ได้ออกมายอมรับความผิดพลาดในครั้งนี้และยินดีที่จะชดเชยค่าเสียหายให้กับลูกสาวของผู้ป่วยคนดังกล่าวแล้วเช่นเดียวกัน 

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร Gclub