กองทัพไทยขนปืนใหญ่ประชิดแนวชายแดนบ้านตาฝั่ง

สถานการณ์ในพม่าเมื่อไหร่หากมีการโจมตีกันขึ้นมาเราก็จะเรียกว่าทั้งสองกำลังกองทัพตั๊กมาดอร์และก็BGFจะมีการร่วมตี กองทัพไทยขนปืนใหญ่ และได้มีเป้าหมายที่ทางด้านของกองกำลังกะเหรี่ยงKNUเขาได้มีการระบุเอาไว้ก็คือที่บ้านคอปูและก็ที่แหย่คี

ซึ่งมันก็อาจจะมีความเป็นไปได้สูงที่ทางด้านของ BGF มาตึงกำลังอยู่ตรงนี้และก็รอที่จะปฏิบัติการเข้าร่วมกับ ทหารพม่าเข้าตีฐานที่มั่นสำคัญ ในรัฐกะเหรี่ยงโดยเฉพาะที่ฐานซอแลท่า ที่ได้มีข่าวออกมาเมื่อเร็วๆนี้ก็คืออยู่ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบอำเภอสบเมยจังหวัดแม่ฮ่องสอน 

เพราะว่าก่อนหน้านี้มันมีในเรื่องของการขนส่งข่าวสารยุทโธปกรณ์ด้านการทหารของพม่าจากฝั่งเมียวดี  กองทัพไทยขนปืนใหญ่  โดยมีการขนส่งผ่านประเทศไทยข้าวสารประมาณ 700 กระสอบ ที่ได้มีการนำเอามาตั้งอยู่ที่บริเวณแม่น้ำสาละวินแต่ก็ถูกขัดขวางโดยกองกำลังของรัฐกะเหรี่ยงจนทำให้ทหารพม่าเกิดความไม่พอใจและท้ายที่สุดกองกำลังกะเหรี่ยงจึงได้มีการบุกเข้ายึดและเผาผลาญทำลายทัพของพม่าจนเกลี้ยง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทางด้านผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองกำลังKNUนั้นได้มีการส่งจดหมายถึงกะเหรี่ยงทุกกลุ่มบอกว่าในเวลานี้กองทัพพม่าก็ยังมีการปฏิบัติการทางอากาศอยู่ร่ำไปนั่นก็แสดงให้เห็นว่าทหารพม่านั้นได้มีความอ่อนแอในการมาปฏิบัติการทางภาคพื้นดินจึงไม่สามารถส่งกำลังเสริมเข้ามายังส่วนหน้าและในเวลานี้จึงได้มีการเข้าไปร้องขอกองกำลังพิทักษ์ชายแดนที่เป็นกะเหรี่ยงพุทธในอดีต

โดยได้กลายพันธุ์มาเป็นหน่วยพิทักษ์กองกำลังชายแดนให้กับพม่าเราจะเรียกว่ากองกำลังBGFนั้นเป็นเหมือนแขนขาคล้ายๆกับว้าไปทางเหนือแต่ว่าBGFนั้นจะอยู่ในทางทิศตะวันออกก็คืออยู่ติดกับฝั่งประเทศไทยถึงแม้ว่ามันจะมีการสู้รบกันก็ตามแต่

แต่ถ้าว่าทางด้านผู้บัญชาการของ k n u ของกะเหรี่ยงได้ขอให้ทุกฝ่ายได้มีการมายึดมั่นตามกรอบCAก็คือการหยุดยิงกันทั่วกันหมด โดยมีการออกมาระบุว่ากองกำลังกะเหรี่ยงแห่งชาตินั้นยังคงรักษากฎกรอบการหยุดยิงตามปกติอยู่

เพราะฉะนั้นแล้วทางฝั่งพม่ากลับเป็นฝั่งที่ละเมิดในข้อตกลงดังกล่าวซึ่งมันหน้าเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งส่วนทางด้านของฝั่งไทยเองนั้นก็มีรายงานว่าในเวลานี้ทหารไทยก็มีการเสริมกำลังทหารเข้าไปเป็นจำนวนที่มากและยังรวมไปถึงการเพิ่มยุทโธปกรณ์ต่างๆอยู่ในนั้นก็จะมีในเรื่องของปืนใหญ่และก็มีการลำเลียงขนส่งอะไรต่างๆมากมายเข้าไปยังฐานใกล้กับบ้านตาฝั่ง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอ

 

สนับสนุนโดย    ufabet ฝากเงิน ออโต้

เมียหลวงบุกงานแต่ง แต่งตัวสวยขึ้นศาล ระบุจะรับคำขอโทษจากเมียน้อยเป็นเงินสด

           เชื่อว่าหลายคนคงยังเคยจำข่าวทุกคนในโลกออนไลน์กันได้เป็นอย่างดีเมื่อประมาณช่วงต้นปีพศ 2564 นี้เองที่คนในโลกออนไลน์ต่างก็แชร์ภาพและข่าวของหญิงสาวคนหนึ่ง  เมียหลวงสวยขึ้นศาล  ซึ่งเธอนั้นได้เดินทางไปยังงานแต่งงานของสามีของเธอโดยเธอนั้นได้ถือใบทะเบียนสมรสไปด้วยเพื่อให้แจ้งคนในงานโดยเฉพาะเจ้าสาวและคนในครอบครัวของเจ้าสาวทราบว่าเจ้าบ่าวที่กำลังจัดงานแต่งงานกัน

อยู่ในตอนนี้มีภรรยา แล้วและเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายและยังไม่ได้จดทะเบียนหย่าขาดจากกัน   ซึ่งในตอนนั้นจะเห็นว่าฝ่ายชายยืนยันที่จะอยู่ร่วมกันแต่งงานกับทางเมียน้อยหรือว่ากิ๊กในขณะที่ขับไล่เมียคนปัจจุบันออกจากงานแต่งของตนเอง

      โดยสิ่งที่สร้างความฮือฮาให้กับคนในโลกออนไลน์นั้นก็เพราะว่าครอบครัวของฝ่ายชายไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อหรือคุณแม่ของฝ่ายชายนั้นให้ความสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือภรรยาหลวงเป็นอย่างมากพร้อมทั้งยัง แม่ของฝ่ายชายนั้นตบหัวลูกชายตนเองขณะที่กำลังยกมือไหว้พระฟังพระให้ศีลให้พรในงานแต่งนอกจากนี้ยังมีการพยายามดึงลูกชายกลับมาที่บ้านแต่ฝ่ายชายนั้นยังดึงดันที่จะอยู่กับกิ๊กสาวที่กำลังแต่งงานกันอยู่

           หลังจากที่มีข่าวนี้ออกไปก็มีคนให้ความสนับสนุนเมียหลวงกันเป็นอย่างมาก  เมียหลวงสวยขึ้นศาล โดยระบุให้เมียหลวงนั้นนำหลักฐานทั้งหมดส่งฟ้องศาลและทำการเรียกเงินค่าเสียหายจากทางเมียน้อยได้ที่สำคัญหลายคนให้ความช่วยเหลือในเรื่องของการทำศัลยกรรมให้กับเมียหลวงให้กลับมาสวยเพื่อที่จะต้องการให้สามีนั้นรู้สึกเสียดายในตัวเมียหลวง

    ซึ่งแน่นอนว่าการเหตุการณ์ในครั้งนั้นผ่านมาถึง 6 เดือนแล้วในขณะนี้เมียหลวงได้มีการโผล่ในโลก Social Media อีกครั้งหนึ่งโดยในครั้งนี้เธอยืนอยู่ที่บริเวณหน้าศาลพร้อมทั้งถือทะเบียนสมรสและมีการเขียนแคปชั่นว่าเธอพร้อมแล้วในการขึ้นศาลและเธอจะรับคำขอโทษจากเมียน้อยด้วยเงินสดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น 

        พร้อมกันนี้ยังมีการติดแฮชแท็กด้วยว่าฉันสวยไหมคะซึ่งทำให้คนที่เห็น Facebook ของเธอนั้นต่างพากันออกมาเชียร์เธอและให้กำลังใจเธอเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเนื่องจากว่าสถานการณ์ของหญิงสาวนั้นเป็นเมียหลวงที่ถูกต้องตามกฎหมายและไม่ได้ทำผิดศีลธรรมและที่สำคัญเมียน้อยที่รู้ดีอยู่แล้วว่าฝ่ายชายนั้นมีเมียอยู่แล้วแต่ก็ยังดึงดันที่จะแต่งงานจึงสมควรที่จะได้รับโทษทางตามกฎหมายและคำขอโทษนั้นเมียหลวงก็เรียบร้องไปถึง สามแสนบาทเลยทีเดียว 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    แจ้งฝาก-ถอน ufabet

เงินเดือนยังไม่ออก ลูกค้าขอเพิ่มข้าว เพราะกลัวลูกกินไม่อิ่มแม่ค้าเห็นใจทำเพิ่มให้อีก 1 กล่อง 

      เมื่อวันที่ 8 เดือนกรกฎาคมปีพ.ศ. 2564 ที่ผ่านมาได้มีเรื่องราวที่น่าประทับใจที่มีการแชร์กันต่อมาผ่านทางในโลกออนไลน์ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อมีแม่ค้าขายของออนไลน์ซึ่งเป็นร้านขายอาหารตามสั่งร้านหนึ่งได้ออกมาโพสต์ข้อความที่เธอได้รับ Order จากลูกค้ารายหนึ่งสั่งเป็นข้าวไข่เจียว 1 กล่อง ลูกค้าขอเพิ่มข้าว 

       อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่น่าประทับใจเริ่มต้นขึ้นเมื่อแม่ค้าขายไข่เจียวได้รับออเดอร์ลูกค้ารายนี้มาซึ่งลูกค้ารายนี้นั้นอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีโดยมีการสั่งไข่เจียวจำนวน 1 กล่องซึ่งคิดเงินเป็นจำนวนเงิน 50 บาทแต่ลูกค้าได้มีการเขียนโน๊ตมาใน Order ด้วยโดยระบุว่าต้องการขอข้าวเพิ่มอยากได้ข้าวเยอะๆเนื่องจากว่าเธอมีลูก 2 คนแต่เธอมีเงินเพียงแค่นี้และเงินเดือนของเธอยังไม่ออกจึงไม่สามารถที่จะซื้อเพิ่มอีกกล่องให้กับลูกของเธอได้

         เมื่อแม่ค้าได้เห็นดังนั้นก็รู้สึกสงสาร  ลูกค้าขอเพิ่มข้าว  จึงได้มีการทำข้าวไข่เจียวเพิ่มให้อีก 1 กล่องพร้อมทั้งแนบกระดาษระบุว่าข้าวอีก 1 กล่องนั้นแถมไปให้เด็กๆรับประทานและขอให้ทานกันให้อร่อยและอิ่มหนำหลังจากนั้นแม่ค้าก็ได้มีการถ่ายภาพข้าวกล่องรวมถึงข้อความที่มีการส่งให้กับลูกค้าไปโพสใน Facebook ของตนเองซึ่งผ่านไปเพียงไม่นานเท่านั้นแม่ค้าระบุว่า Facebook ของเธอก็มีคนติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก

         โดยหลายคนที่ได้อ่านข้อความภายในเฟสของเธอนั้นรู้สึกสงสารครอบครัวดังกล่าวจึงอยากจะให้เธอเป็นตัวกลางในการช่วยประสานเพื่อที่คนในโลกออนไลน์จะได้มีการช่วยเหลือครอบครัวที่เธอได้มีการโพสต์เหล้าไปอย่างไรก็ตามเธอยืนยันว่าเธอไม่สามารถติดต่อครอบครัวดังกล่าวได้เพราะการติดต่อกันนั้นผ่านผ่านระบบคอมพิวเตอร์เป็นการสั่งออเดอร์ผ่านระบบออนไลน์เพียงเท่านั้น

      ซึ่งเธอก็หวังว่าครอบครัวดังกล่าวนั้นจะสามารถต่อสู้กับเศรษฐกิจในช่วงนี้ได้อย่างไรก็ตามเธอให้เหตุผลเกี่ยวกับเรื่องของการเพิ่มข้าวกล่องให้กับลูกค้าในครั้งนี้ว่าเธอรู้สึกสงสารลูกค้าเป็นอย่างมากและเธอเข้าใจถึงหัวอกของคนเป็นแม่ที่อยากจะให้ลูกของตนเองนั้นได้กินข้าวอิ่มเพราะแม่ค้าเองก็เคยประสบปัญหาไม่มีเงินใช้มาก่อนดังนั้นจึงได้ช่วยเหลือลูกค้ารายดังกล่าวไปซึ่งเธอหวังว่าลูกค้ารายดังกล่าวนั้นจะสามารถต่อสู้ชีวิตในสภาวะวิกฤตได้และเธอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวนั้นด้วยเช่นเดียวกัน 

        สำหรับเรื่องราวในครั้งนี้เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจที่คนไทยยังคงมีการเผื่อแผ่ช่วยเหลือซึ่งกันและกันแต่ก็เป็นเรื่องราวที่น่าสะเทือนใจเช่นเดียวกันที่คนไทยอยู่ในภาวะวิกฤติที่แม้แต่ข้าวเพียงแค่กล่องเดียวก็ไม่มีเงินซื้อกินกันแล้ว 

 

 

สนับสนุนโดย.  gclub casinoทดลองเล่น

ลูกค้าหลอกกินฟรี โยนแมลงสาบ ใส่หม้อไฟร้านดังพร้อมเรียกค่าเสียหายได้เกือบหมื่น

              เมื่อวันที่ 15 เดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2564 สำนักข่าวชื่อดังของประเทศจีนได้มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับ ลูกค้าหลอกกินฟรี ชายคนหนึ่ง ซึ่ง ได้ไปหลอกกินอาหารของร้านหม้อไฟชื่อดังแห่งหนึ่ง   นอกจากชายคนดังกล่าวจะได้กินอาหารทะเลแล้วเขายังสามารถเรียกร้องเงินชดเชยจากพนักงานร้านได้อีกด้วยซึ่งจำนวนเงินที่เขาได้มาจากการเรียกร้องค่าเสียหายจากทางร้านนั้นสูงถึง 8,800 บาทเลยทีเดียว โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในประเทศจีน    

        ตามรายงานข่าวระบุว่าผู้ลงมือก่อเหตุหลอกกินอาหารฟรีนั้น แซ่ไซ่ ช้ด้วยเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 เดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. 2564    ซึ่งชายคนดังกล่าวนั้น ได้ไปกินหม้อไฟร้านหนึ่งที่มณฑลกว่างตงในเมืองเซินเจิ้น   โดยการกระทำของเขานั้นเขาได้เดินเข้าไปในร้านอาหารเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นหลังจากนั้นเขาก็สั่งอาหารตามที่เขาต้องการมีทั้งผักและเนื้อสัตว์รวมถึงผลไม้

      อย่างไรก็ตามหลังจากพี่ชายคนดังกล่าวกินอิ่มเสร็จเรียบร้อยแล้วปรากฏว่า ลูกค้าหลอกกินฟรี เขาได้ตะโกนเรียกให้พนักงานของร้านมาที่โต๊ะพร้อมกับชี้ห้พนักงานทางร้านดูว่าในหม้อไฟของเขานั้นมีวัตถุประสงค์ปลอมปะปนอยู่ในนั้นและเมื่อตักขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นซากของแมลงสาบ อย่างไรก็ตามพนักงานร้านได้มีการแก้ปัญหาด้วยการยกเว้นค่าอาหารในการกินครั้งนั้นให้เขาแต่ว่าชายคนดังกล่าวนั้นไม่พอใจเขายังคงเอะอะโวยวายเสียงดังจนผู้จัดการร้านต้องมาเคลียร์ 

         ทั้งนี้ผู้จัดการร้านขอตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิด  แต่ชายคนดัง กล่าวยิ่งโวยวายเสียงดัง พร้อมทั้งขู่ว่าจะร้องเรียนไปยังสำนักใหญ่ของร้านหม้อไฟแบรนด์ดังกล่ว  ดังนั้นผู้จัดการร้านยอมจ่ายเงินชดเชยความรู้สึกให้กับชายคนดังกล่าวเป็นเงินสูงถึง 4,900 บาท 

             อย่างไรก็ตามหลังจากที่ชายคนดังกล่าวออกจากร้านไปแล้วทางด้านผู้จัดการร้านก็มีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกครั้งหนึ่งซึ่งพบว่าในช่วงจังหวะที่ชายคนนึงเขากินด้วยสิอิ่มแล้วนำผักไปวางใกล้ๆกลับหม้อไฟปรากฏว่าก็มีท่าทางลุกลี้ลุกลนและเขาก็มีการหยิบวัตถุสีดำออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วใส่ลงไปในจานผักซึ่งทำให้ทางร้านรู้ว่าถูกชายคนดังกล่าวมาหลอกกินหม้อไฟฟรีแถมยังเรียกร้องค่าเสียหายไปอีกหลายพันบาท

         อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่สาขาเดียวเท่านั้นชายคนดังกล่าวอย่างไปทำแบบเดิมกลับร้านหม้อไฟแบรนด์เดิมเพียงแต่ว่าคนละสาขา  ซึ่งวิธีการนั้นชายคนดังกล่าวทำแบบเดียวกันพร้อมทั้งเรียกร้องเงินชดเชยจากร้านนี้ได้อีก 3,900 บาท

       สุดท้ายแล้วทางด้านผู้จัดการร้านทั้ง 2 สาขาก็นำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับชายคนดังกล่าวซึ่งท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยอมรับสารภาพจากคลิปที่ทางร้านสามารถถ่ายเก็บเอาไว้ได้ทั้งหมดนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.    ufabetฝ่ายบริการ