การปะทะกันเดือดระหว่างบุ๋ม ปนัดดา กับ เอ๋ ปารีณา 

        นับว่าเป็นเวลาหลายวันแล้วที่เราได้หญิงอยู่โซเชียลและสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆต่างก็ลงเกี่ยวกับเรื่องราวของผู้หญิงสองคนที่อยู่กันคนละงาน อย่างดาราสาวคนสวย ดร. บุ๋ม  ปนัดดา ซึ่งมีเรื่องราวจะทำประกันกับ  สส. เอ๋  ปารีณา เส้นในแต่ละวันนั้นเรามักจะเห็น  Facebook ของสส. เอ๋  ปารีณา เอามาโพสต์เรื่องราวต่อว่าไปถึง ดร. บุ๋ม ปนัดดา ไม่ว่าจะเรื่องของการแต่งกายที่ชอบแต่งตัวโป้ หรือแม้แต่เรื่องที่ ดร. บุ๋ม ปนัดดานั้น มีสามีหลายคน นางก็ยังเอาเรื่องราวเหล่านั้นมาแซะ ดร. บุ๋มปนัดดา ทำให้ชาวโชเชียลและ ดร. บุ๋ม ปนัดดา ต่างก็งงใจกับการกระทำของ สส. สาวคนดัง

คนนี้เป็นอย่างมาก จะว่ากันตามจริงแล้วการที่ทางด้านของ ดร. บุ๋มได้ออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องของการช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกข่มขืน และออกมาพูดถึงพูดถึงบทลงโทษของคนที่ก่อเหตุข่มขืน ซึ่งแทนที่ เอ๋ ปรีณาที่เป็นผู้หญิงด้วยกันจะช่วยเหลือสนับสนุนเกี่ยวกับความบทลงโทษคนที่กระทำความผิดแต่เธอกลับมาพูดจากต่อว่าผู้หญิงด้วยกันเอง

ว่าการแต่งตัวของผู้หญิงนั่นเองที่เป็นสาเหตุให้ผู้ชายกระทำความผิดด้วยการข่มขืนเพราะการแต่งตัวโป้ ซึ่งขนาดเราที่เป็นคนนอกที่คอยติดตามข่าวสารของคนทั้งสองคนนี้ เวลาอ่านข้อความที่ เอ๋ ปรีณา เขียนถึงคนอื่นมักจะรู้สึกได้เลยว่าความคิดของ สส. ราชบุรีคนนี้ ต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างมาก จนอดคิดไม่ได้ว่า เหตุใดเธอถึงได้มาเป็น สส. ได้หลายปีแบบนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จัก สส. ราชบุรี เอ๋  ปรีณา คนนี้มาก่อนเลย

มาตอนหลังที่นางชอบไลฟ์ต่อว่าคนอื่น โดยเริ่มตั้งแต่ คุณ ช่อ ของพรรค เสื้อส้ม จนเป็นที่วิจารณ์ของคนไทยทั้งประเทศ และนับตั้งแต่นั้นมา เธอก็พยายามทำตัวดังด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องมาโดยตลอด ขนาดอดีตนายกรัฐมนตรี อย่าง ทักษิณ ชินวัตร นางก็ยังไปแขวะเขาทั้งที่เขาเองคงไม่มีนางอยู่ในหัวเลยด้วยซ้ำไป

และตั้งแต่นางไม่ยอมทำหน้าที่ของ สส. แต่เอาเวลาที่ควรจะดูแลทุกข์สุขของประชาชน มาต่อว่าคนนั้นคนนี้ไปทั่ว นางก็เหมือนจะกลายเป็นคนที่หลายคนให้ความสนใจและเปลี่ยนเป็นความเกลียดไปโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ได้มีรายการแฉ ได้เชิญตัวคนทั้งคู่ออกมาพูดคุยกัน แต่ในท้ายที่สุดแล้วเมื่อจบรายการต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านไปแล้วนั้น

แทนที่ สส. สาวจะจบเรื่องราวก็กลับมาโพสต์ต่อว่า ดร. บุ๋มอีก เรียกได้ว่า เป็น สส. ที่เก่งที่ปากในโลกโซเชียลเท่านั้นจริงจริงเพราะตอนที่อยู่ในรายการด้วยกันก็เงียบมาก พูดช้าตลอด

 

สนับสนุนโดย    ae บาคาร่า

ตีหน้าเศร้าเมียหายแท้จริงฆ่าเมียตนเอง

  มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศซึ่งข่าวดังกล่าวนั้นเป็นของประเทศจีนได้มีการรายงานเกี่ยวกับเรื่องของคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นโดยคดีดังกล่าวนั้นเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนขวัญให้กับสังคมของประเทศจีนเป็นอย่างมากซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อมีชายคนหนึ่งอายุ 55 ปีเขาได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเมื่อวันที่ 6 เดือนกรกฎาคมปีพศ2563 โดยเขาให้ตำรวจช่วยตามหาภรรยาของเขา

ซึ่งหายตัวออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาซึ่งเขาบอกว่าข้อมูลครั้งสุดท้ายที่เขาพบก็คือภรรยาของเขากลับมาที่ห้องพร้อมกับลูกสาวหลังจากนั้นเขาก็ไม่เห็นค่ายาของเขาอีกเลยซึ่งในครั้งแรกนั้นเขาไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่าภรรยาไปทำงานในช่วงเช้าปกติแต่หลังจากนั้นประมาณสักเที่ยงคนที่ทำงานของภรรยาก็โทรมาว่าภรรยาไม่ไปทำงานทำให้เขาเริ่มออกตามหาภรรยา

แต่ก็ติดต่อไม่ได้รอจนครบ 1 วันจึงได้มาแจ้งความคนหายหลังจากนั้นเขาก็พยายามนำป้ายประกาศตามหาคนหายไปติดตามสถานที่ต่างๆอีกทั้งยังประกาศให้รางวัลคนที่สามารถตามหาภรรยาของเขากลับมาได้ยิงกันที่ตำรวจก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะช่วยกันตามหาหญิงสาวที่หายตัวไปแต่จากการตรวจสอบข้อมูลแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถหาหมอใส่อะไรได้เลยเพราะว่าไร้ร่องรอยเป็นอย่างมากจนเวลาผ่านไปนานถึง 18 วันเลยทีเดียวในที่สุดผู้คนในโลกออนไลน์ต่างก็เริ่มสงสัยว่าเหตุใดหญิงสาวถึงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลายคนเริ่มจับสังเกตสามีของเธอได้จึงพากันหาข้อมูลและประวัติส่วนตัวย้อนหลังของฝ่ายสามีที่พยายามตามหาภรรยา

ซึ่งหลายคนได้ออกมาบอกถึงประวัติของชายคนดังกล่าวว่าเขาเคยเป็นทหารพรานมาก่อนและเขาทำงานอยู่ฝ่ายอาคารของที่พักที่เขาใส่อยู่ดังนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าฝ่ายสามีนั่นเองที่เป็นคนฆ่าภรรยาเสียชีวิตเพราะเขาสามารถที่กลบเกลื่อนร่องรอยและสามารถที่จะนำร่างภรรยาออกจากที่พักได้โดยที่กล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพได้

ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเริ่มเกิดความสงสัยในตัวสามีเขายังสาวที่หายตัวไปจึงได้เชิญเข้ามาสอบปากคำที่สถานีตำรวจและบางคำตอบที่เขาให้คำตอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นก็เป็นที่มาของความสงสัยด้วยสุดท้ายแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถค้นพบร่างของหญิงสาวที่หายตัวไปได้โดยเธอถูกฆ่าและหั่นเป็นชิ้นนำชิ้นส่วนของเธอไปทิ้งในบ่อเกรอะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำชิ้นส่วนมาตรวจหา DNA

และสุดท้ายก็พบว่าเป็นหญิงสาวที่หายตัวไปจริงๆซึ่งในที่สุดทางสามีก็ยอมรับสารภาพว่าเขาได้ทะเลาะกันและลงมือฆ่าภรรยาของเขาจริงจึงนำมาสู่การจับกุมในครั้งนี้

 

สนับสนุนโดย  ufabet เว็บแม่

ฆาตรกรในอดีต

การฆาตรกรรมถือว่าเป็นเรื่องที่ช็อคสำหรับคนไทยอย่างมากและทุกครั้ที่เกิดการฆาตรกรรมแล้วเกิดการหลบหนีนั้น ก็จะทำให้คนทั้งประเทศนั้นเกิดความหวาดกลัวและเป็นวิตกกังวลด้วยนั่นเอง ถึงแม้ปัจจุบันกฎหมายจะค่อนข้างมีความรุนแรงขึ้น

แต่ก็ไม่อาจะจะสามารถทำอะไรเหล่าฆาตรกรใจเหี้ยมเหล่านี้ได้เลย และสิ่งที่ยังคงทำให้เกิดความกังวลใจสำหรับผู้คนในปัจจุบันนั้นก็คือ ฆาตรกรในอดีตนั่นเอง ซึ่งในสมัยก่อนนั้นถือว่ากฎหมายยังไม่ได้มีความรุนแรงเท่าในปัจจุบันนี้ทำใหฆาตรกรหลายๆคนที่ถูกจับและดำเนินคดีจนติดคุกเป็นเวลาตามที่ศาลนั้นได้ตัดสินและในปัจจุบันก็ถือว่ามีฆาตรกรหลายๆคนที่ได้พ้นการเป็นนักโทษแล้ว จึงเกิดคำถามในสังคมว่าคนเหล่านี้นั้นจะกลับมาทำผิดอีกหรือไม่นั่นเอง

สิ่งที่หลายๆคนนั้นต่างพากันตั้งคำถามนั้น สุดท้ายคำถามก็ได้ปรากฎขึ้นเมื่อมีข่าวฆารตกรรมเกิดขึ้นในปัจจุบันเมื่อช่วงต้นปี2563 ว่ามีการฆารตกรรมเด็กหญิงวัย3ขวบด้วยการใช้อาวุธมีดนั้นแทงไปที่ลำตัวและคอของเด็กคนนั้นจนเสียชีวิตในที่สุดนั่นเอง

ซึ่งถือว่าเป็เรื่องราวที่น่าสลดใจอย่างมากเมื่อทราบว่าผู้ที่เป็นคนลงมือฆ่าเด็กคนนั้นคือคนที่เคยก่อเหตุลักษณะแบบนี้มาแล้วและเคยได้รับโทษโยการตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา7 ปีและก็ได้มีการลดโทษต่างๆให้จนในที่สุดก็พ้นโทษและออกมาใช้ชีวิตอย่างปกติและได้มีการก่อเหตุในครั้งนี้นั่นเอง

โดยฆาตรกรนั้นเป็นหญิงสาว ที่เคยก่อคดีในการใช้มีดแทงเด็กหญิงที่โรงเรียนเซนโยเซฟกรุงเทพนั่นเองทำให้เด็กหญิงคนนั้นถึงแก่ความตายโดยเธออ้างว่าเธอนั้นไม่ชอบเด็กเธอจึงฆ่าเด็กคนนั้นเสียและเธอจึงโดนตัดสินและได้รับโทษโดยการติดคุกนั่นเองจนในที่สุดก็ได้พ้นโทษ โดยการที่เธอได้ลดหย่อนโทษนั้นเธอได้อ้างว่าเธอนั้นมีอาการทางจิตนั่นเอง

และได้เข้าทำการรักษาจนทุกคนคิดว่าหายเป็นปกติแล้วจนเธอพ้นโทษและกลับมาอยู่บ้าน และบ้านที่เธออยู่นั้นก็ใกล้กับสถานที่เกิดเหตุที่เธอได้ฆ่าเด็กวัย3ขวบนั่นเอง ซึ่งสถานที่นั้นเป็นร้านขายข้างและเธอได้พ้นโทษออกมาสามเธอก็ได้ไปซื้อข้าวที่ร้านนี้ลัได้คว้ามีดหั่นผักไปแทงเด็กคนนั้นจนเสียชีวิตนั่นเอง

โดยแม่เด็กได้เล่าว่าเด็กนั้นก็ร้องตามภาษาเด็กซึ่งเธอน่าจะเกิดความรำคสนและบวกกับอาการทางจิตวทำให้เธอนั้นทนไม่ได้และหยิบมีดไปแทงเด็กนั่นเอง และในครั้งนี้คาดว่าเธอน่าจะต้องติดคุกตลอดชีวิตและต้องมีการรักษาอาการป่วยทางจิตอีกด้วย ทำให้เรานั้นทราบคำตอบที่ชัดเจนมากขึ้นว่าถึงแม้ฆาตกรจะได้รับโทษตามกฎหมายแล้วก็ตามแต่สุดท้ายเขานั้นก็ยังคงทำความผิดแบบเดิมซ้ำๆน่าจะเกิดจากสิ่งที่อยู่ข้างในใจของฆาตรกรนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันแทงบอล คาสิโน บาคาร่า