จีน รัสเซีย จับมือพันธมิตรแห่งวัคซีนกู้โลก

รัฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศจะมาผนวชเข้ากับเรื่องของระบบสาธารณะสุขแล้วมันเกิดอะไรขึ้นเรียกว่าเรื่องของการเมืองกับวัคซีนที่หลายๆคนบอกว่าคุณต้องแยกออกห่างจากกันเพราว่าเรื่องของสาธารณะสุขคุณไม่ควรที่จะเอาการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

ซึ่งในเวลานนี้แน่นอนว่าหลายประเทศแยกเรื่องนี้ออกมาได้และได้มีการจับมือพันธมิตรทางการเมืองขยายอิทธิพลด้านการเมืองด้วยเช่นเดียวกันเรียกว่าได้ว่าเรื่องของการเมืองกับวัคซีนตอนนี้มันแยกออกห่างจากกันยากเหลือเกินเพราะว่าที่ผ่านมาที่เราได้เห็นกันไปตั้งแต่ที่ได้มีการระบาดของโควิด-19ตั้งแต่ที่เริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

อิทธิพลของการเมืองมาเหนือวัคซีนอยู่แล้วอย่างที่เราได้เห็นหลายชาติตะวันตกพยายามที่จะกักเรื่องของวัคซีนที่ตัวเองผลิตเอาไว้แล้วก็ไม่ทำการส่งออกวัคซีนไปให้กับหลายๆประเทศในขณะที่หลายๆประเทศตอนนี้ยังไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่น้อยเดียว

ในขณะที่อีกหลายๆประเทศเช่นเดียวกันได้มีวัคซีนเกินกว่าจำนวนประชากร2-3เท่าตัวเลยเช่นเดียวกันทำให้เวลานนี้ได้ถูกจับตามองไปที่สองชาติยักษ์ใหญ่ของโลกนั่นก็คือ รัสเซีย และ จีน นั่นเอง ที่ดูเหมือนว่าทั้งสองชาตินี้กำลังผนึกกำลังหันมาจับมือแล้วกลายมาเป็นพันธมิตรด้านวัคซีน

โดยเป็นพันธมิตรกันที่เรียกว่าใกล้ชิดกันที่สุดเลยในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา จีน และก็ รัสเซีย นั่นเองถ้าวันนี้หากได้ติดตามข่าวสารจะเห็นว่าวัคซีนสปุตนิก vที่รัสเซียได้ทำการผลิตจะมีฉลากที่เขียนกำกับเอาไว้เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนเลยว่า เมคอินไชน่า 

นอกจากนี้ทำไมวัคซีนของรัสเซียถึง เมคอินไชน่า ได้อันนี้ก็เป็นการทำข้อตกลงเป็นการดิวกันระหว่างรัสเซียและก็ประเทศจีนนั่นเองเพราะว่ามันเป็นเชิงสัญลักษณ์ทางการค้าว่าจีนและรัสเซียในเวลานี้เขากำลังลงเรือลำเดียวกันแล้วพูดง่ายๆคือจับมือกันไว้แล้วก้าวไปด้วยกัน

นี่เป็นการช่วยเหลือแบบการฑูตโดยวัคซีนป้องกันโควิด-19เพื่อที่จะเข้าไปช่วยเหลือประเทศที่ยากจนที่ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19จากวัคซีนของฝั่งตะวันตกที่ต้องกักเอาไว้เพื่อฉีดให้กับประเทศของตนเองก่อนไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกาอังกฤษหรือแม้กระทั่งยุโรป

ผู้เชี่ยวชาญความสัมพันธุ์ระหว่างจีนกับรัสเซียได้วิเคราะห์บอกว่าตอนนี้รัสเซียแล้วก็จีนเห็นโอกาศร่วมกันที่จะสร้างผลประโยชน์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ของวัคซีนของโลกนั่นเองแล้วก็เสริมอิทธิพลไปยังนานาชาติไม่ว่าจะเป็นการล่าอาณานิคมทางวัคซีนนั่นเองส่วนประเทศที่ทำการกักวัคซีนเอาไว้ยกตัวอย่างเช่นที่แคนาดาสหราชอาณาจักรนิวซีแลนด์เขาทำสัญญาสั่งซื้อวัคซีนที่เรียกว่าพอฉีดให้กับประชากรในประเทศของตัวเองถึง3รอบด้วยกันในขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนได้

 

สนับสนุนโดย    Ufabet เข้าสู่ระบบ